
เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต: การพลิกโฉมครั้งประวัติศาสตร์ 1,200 ล้านบาท สู่แลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งภาคเหนือ ภายใต้การบริหารของ CPN
ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพของเมืองรองให้ทัดเทียมเมืองหลักจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ขับเคลื่อนความเติบโตอย่างยั่งยืน และ ณ ใจกลางภาคเหนือ “เชียงใหม่” เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้ถูกเลือกให้เป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย ประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ให้กลายเป็นศูนย์กลางมิกซ์ยูสครบวงจรแห่งใหม่ที่ทันสมัย เหนือระดับ และเป็นที่หมายปองของนักเดินทางทุกกลุ่ม
การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงอาคารสถานที่ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่การเป็น “The City’s New Signature Landmark” ที่ผสมผสานเสน่ห์ของล้านนาเข้ากับความทันสมัยระดับสากลได้อย่างลงตัว โดย CPN วางวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการพัฒนา เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์การค้า แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ที่ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งสำหรับคนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
เชียงใหม่: เมืองแห่งโอกาสที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพอันโดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือ ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีประชากรรวมกว่า 1.8 ล้านคนในพื้นที่รอบนอก (Catchment Area) นอกจากนี้ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ที่สูงถึง 265,000 บาทต่อปี และ GPP ต่อหัวที่ 150,000 บาทต่อปี ยังสะท้อนถึงกำลังซื้อและความมั่งคั่งของประชากรในพื้นที่ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 ของภาคเหนือ และอันดับที่ 12 ของประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น เชียงใหม่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่น่าประทับใจที่สุดในโลก โดยได้รับการจัดอันดับจาก Travel + Leisure ให้เป็น “เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย” ซึ่งตอกย้ำถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลในช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคม 2568 พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเกือบ 10 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 87,000 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เกาหลี ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย คือกลุ่มหลักที่นิยมเดินทางมาเยือน
แนวโน้มการเติบโตของเชียงใหม่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น แต่กำลังก้าวเข้าสู่ “A New Growth Cycle” ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในโครงการสำคัญคือการขยายอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 16 ล้านคนในปี 2569 และคาดการณ์ว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 20-25 ล้านคนต่อปี เมื่อการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมแล้วเสร็จในปี 2576
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตของเชียงใหม่คือการเป็นเมืองที่ดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad ซึ่งติดอันดับ 3 ของโลก โดยมีจำนวนถึง 30,000 คนต่อปี นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม Expat (ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย) กว่า 90,000 คน และกลุ่ม Retiree Expats กว่า 3,500 คน ที่เลือกเชียงใหม่เป็นที่พักอาศัยและใช้ชีวิตหลังเกษียณ กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ชั้นในและชั้นกลาง เช่น อำเภอหางดง แม่ริม และสันทราย ซึ่งมีโรงเรียนนานาชาติมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ
การพลิกโฉม “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต”: สู่การเป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่
การลงทุนมูลค่า 1,200 ล้านบาทนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของเมือง และยกระดับ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ให้เป็น “The City’s New Signature Landmark” โดยมีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ 3 ประการ:
ดีไซน์ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Reimagining Lanna’: การนำเสนอเอกลักษณ์ของล้านนาในรูปแบบที่ทันสมัย สะท้อนเรื่องราวและวัฒนธรรมของเชียงใหม่ได้อย่างร่วมสมัย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่น และมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในและภายนอก
ไฮไลท์สำคัญคือการขยายพื้นที่ ‘กาดหลวง’ (Indoor Local Market) ให้ใหญ่ขึ้นกว่า 3 เท่า โดยรวบรวมร้านอาหารมิชลินสตาร์และร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดัง เช่น โกยีข้าวมันไก่, คั่วไก่นิมมาน, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม, ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน พร้อมด้วยอาหารพื้นเมือง ของฝาก “Best of North” และโซน Northern Village ที่จัดแสดงงานคราฟต์อันเป็นเอกลักษณ์กว่า 100 ร้านค้า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และปักหมุดให้กาดหลวงเป็น Must-Visit Tourist Destination ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่
แหล่งรวม 350 แบรนด์ดังระดับโลกและท้องถิ่น: ศูนย์การค้าแห่งนี้จะครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งแฟชั่น, ไลฟ์สไตล์, อาหาร, สินค้าพิเศษ (Specialty), ความงาม (Beauty), ไอที และสถาบันการเงิน โดยมีแบรนด์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจดังนี้:
MUJI Flagship Store: สาขาที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
CHAGEE: แบรนด์ชาจีนระดับพรีเมี่ยม
HarborLand: สนามเด็กเล่นในร่มมาตรฐานระดับโลก
ร้านอาหาร: Sushiro (ร้านซูชิสายพานจากญี่ปุ่น), ฉันทรส (ร้านอาหารไทยในเครือแบรนด์เอกฉันท์ระดับมิชลิน) และเตรียมเปิด เสน่ห์ไทยคูซีน ร้านอาหารฮาลาลมิชลินยอดนิยมในปี 2569
แบรนด์ยอดฮิต: Bear House, Boost Juice, Gaga, Koi The’, MIXUE, Naisnow, Potato Corner
แฟชั่นและสปอร์ต: Uniqlo, Adidas, Nike, PUMA, Charles & Keith, Crocs, Gentlewoman, Skechers, Pomelo รวมถึงแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ในโซน Showcase อย่าง Mitr และ With.it
ความงาม: BEAUTRIUM และ JUNG SAEM MOOL
สินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว: Hug Thai, Hug Craft, Good Goods
การผนึกกำลังธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล: ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, Tops Food Hall, Supersports โฉมใหม่, Power Buy และ B2S
A Year-Round, All-Weather Tourism Destination: การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าจดจำตลอดทั้งปี ผ่านเทศกาลกิจกรรมและอีเวนต์ที่หลากหลาย เพื่อเชื่อมโยงเชียงใหม่สู่เวทีระดับโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างกิจกรรมไฮไลท์ ได้แก่ “Thai Local Pride Christmas Tree” ต้นคริสต์มาสที่ประดิษฐ์จากวัสดุจักสานร่วมสมัย สูงกว่า 15 เมตร ซึ่งเป็นการผสมผสานหัตถศิลป์ล้านนาเข้ากับเทคโนโลยีการออกแบบร่วมสมัย โดยความร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ VASSANA แบรนด์จักสานไม้ไผ่ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่”, เทศกาลดนตรี Water War และ Chiang Mai Flora Festival ที่จัดแสดงดอกไม้ประดับพร้อมการแสดงแสง สี เสียง และไฟนับล้านดวง
ยิ่งไปกว่านั้น Convention Hall ขนาดใหญ่ 2,800 ตร.ม. จะเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของเมืองอย่างต่อเนื่อง เช่น Money Expo, Motor Expo, งานหนังสือเชียงใหม่บุ๊คแฟร์, คอนเสิร์ต และงานประกวดต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้คนเข้าสู่ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ตลอดทั้งปี ทำให้ที่นี่กลายเป็น Lifestyle Hub ที่ทรงอิทธิพล
เป้าหมายการเติบโตและทิศทางในอนาคต
ภายหลังการปรับปรุง เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จะมีพื้นที่รวมกว่า 173,000 ตารางเมตร (GBA) พร้อมด้วยแบรนด์ชั้นนำกว่า 350 แบรนด์ โดย CPN ตั้งเป้าหมายในปี 2569 ว่าจะมีสัดส่วนผู้มาใช้บริการเป็นคนไทย 70% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30% โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, ฮ่องกง, เกาหลี และสิงคโปร์
การลงทุนครั้งใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ CPN ในการเติบโตไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่ และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคเหนือให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศไทย CPN ไม่เพียงแต่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน แต่ยังเป็นการส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละเมืองให้ก้าวหน้าอย่างเต็มที่
การมีศูนย์การค้า 2 แห่งในเชียงใหม่ คือ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ เสมือนการเติมเต็มให้กันและกัน เพื่อสร้างพลังการจับจ่ายใช้สอย (Cross Spending Power) และสนับสนุนการเติบโตของเมืองในทุกมิติ การเดินทางที่สะดวกสบายเพียง 3 นาทีจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ทำให้ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับทุกคนที่มาเยือน
หากคุณเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจในศักยภาพของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภาคเหนือ การลงทุนใน เชียงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ได้รับการยกระดับอย่าง เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต คือโอกาสที่คุณไม่ควรมองข้าม มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและอนาคตที่สดใสของภาคเหนือไปพร้อมกัน