• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1203108 ไม องเผ อกไปท กเร องก ได (หน งส น) BSC part2 | Osman Kohl

admin79 by admin79
March 14, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
บทวิเคราะห์เชิงลึก: อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566 – สัญญาณเตือนและความเป็นไปได้ในปี 2567 ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปี 2566 ที่
ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบที่ท้าทายอย่างยิ่งยวดสำหรับผู้ประกอบการทุกราย แม้จะเริ่มต้นปีด้วยความคาดหวังจากโมเมนตัมเชิงบวกที่ต่อเนื่องมาจากปี 2565 แต่ความเป็นจริงกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ตลาดกลับเข้าสู่ช่วงชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายใช้สอย หรือ “ไฮซีซั่น” ในไตรมาส 4 ก็ไม่อาจปลุกชีพตลาดให้กลับมาคึกคักได้ และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2567 สถานการณ์ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เพื่อประเมินภาพรวมและผลการดำเนินงานของผู้เล่นหลักในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย ผมและทีมงาน Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งสิ้น 41 บริษัท เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละรายรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้อย่างไร และใครคือผู้นำที่แท้จริงในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ ภาพรวมรายได้รวม: การหดตัวที่ต้องจับตา ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ถือเป็นการลดลงประมาณ 1.2% แม้ตัวเลขรวมอาจดูไม่มากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มบริษัทที่เผชิญกับการลดลงของรายได้ในระดับที่น่ากังวลเกิน 20% ได้แก่ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) โดยมีรายได้ลดลงราว 28% ตามมาด้วย Raimon Land (RML) ที่ -26%, Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21% แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถต้านทานกระแสลมได้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตยิ่งขึ้นไปอีกคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด กลับมีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ 4% แสนสิริ ผงาด! ผู้นำรายได้รวม ท่ามกลางภาวะชะลอตัว เมื่อพิจารณาถึงบริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2566 พบว่าอันดับ 1 คือแสนสิริ (SIRI) ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโต 12% เอาชนะ AP (Thailand) (AP) ที่ 38,399 ล้านบาท ไปอย่างเฉียดฉิว อันดับ 3 คือศุภาลัย (SPALI) ด้วยรายได้ 31,818 ล้านบาท ตามมาด้วย Land and Houses (LH) ที่ 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PPH) ที่ 26,132 ล้านบาท อันดับ 6 ได้แก่ SC Asset Corporation (SC) ด้วยรายได้ 24,487 ล้านบาท อันดับ 7 คือ U City Public Company Limited (U) (เดิมคือ Univentures) ด้วยรายได้ 17,672 ล้านบาท อันดับ 8 คือ Frasers Property (Thailand) Public Company Limited (FPT) ด้วยรายได้ 16,169 ล้านบาท อันดับ 9 คือ Origin Property (ORI) ที่ 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ Singha Estate Public Company Limited (S) ที่ 15,066 ล้านบาท รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนภาพตลาดแท้จริง อย่างไรก็ตาม การประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริงต้องพิจารณาที่ รายได้จากการขาย เป็นหลัก เนื่องจากหลายบริษัทในกลุ่ม Top 10 ด้านรายได้รวม อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายเพียงอย่างเดียว โฉมหน้าของ Top 10 ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่รายได้จากการขายลดลง กรณีที่น่าตกใจคือ Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ที่ลดลงเกือบ 40%, และ Land and Houses (LH) ที่ลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ที่เป็นผู้นำในกลุ่มรายได้รวม ก็ยังเผชิญกับรายได้จากการขายที่ลดลงเล็กน้อยที่ 2% ที่น่ากังวลคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด กลับมีถึง 8 บริษัท ที่รายได้จากการขายลดลง AP (Thailand) กลับคืนบัลลังก์ผู้นำรายได้จากการขาย! เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย AP (Thailand) (AP) สามารถกลับมาผงาดเป็นอันดับ 1 ด้วยรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท แซงหน้าแสนสิริ (SIRI) ที่ 32,829 ล้านบาท ซึ่งแสนสิริเป็นหนึ่งในสองบริษัทที่รายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7% ศุภาลัย (SPALI) ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 3 ได้อย่างเหนียวแน่นด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) ไต่ขึ้นสู่ Top 5 ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่มีการเติบโตในแดนบวกถึง 13% Pruksa Holding (PPH) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขาย 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH) แม้รายได้จากการขายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังประคองตัวอยู่ใน Top 10 ด้วยรายได้ 18,966 ล้านบาท ในอันดับ 6 Frasers Property (Thailand) (FPT) อยู่ในอันดับ 7 ด้วยรายได้ 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) แม้รายได้จากการขายจะลดลง 24% แต่ก็ยังเกาะกลุ่มใน Top 10 ด้วยรายได้ 8,840 ล้านบาท Quality House (QH) ที่มักจะรักษาตำแหน่งไว้ได้เสมอ อยู่ในอันดับ 9 ด้วยรายได้ 7,619 ล้านบาท และ Property Perfect (PF) ปิดท้าย Top 10 ด้วยรายได้ 7,171 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตา หลังจากทุ่มเทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN สามารถสร้างรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 103% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท บ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และเมืองหลักอื่นๆ กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของการเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” แม้ว่าการสร้างรายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากผลกำไรน้อย หรือเก็บเงินสดเข้ากระเป๋าได้ไม่มาก ก็ย่อมไม่อาจถือว่าเป็น “ผู้ชนะ” ที่แท้จริงได้ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน โดยบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิดก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Land and Houses: ยังคงครองแชมป์กำไรสุทธิ! แม้รายได้จะลดลง แต่ Land and Houses (LH) ยังคงเป็นผู้นำด้านกำไรสุทธิในปี 2566 ด้วยตัวเลข 7,495 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญมาจากกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ ศุภาลัย (SPALI) ที่มีกำไร 6,083 ล้านบาท จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทน โดยเฉือน AP (Thailand) (AP) ที่มีกำไร 6,054 ล้านบาท ไปอย่างหวุดหวิด แสนสิริ (SIRI) มาเป็นอันดับ 4 ด้วยกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42% Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้จะลดลง 25% จากปีก่อนหน้า SC Asset (SC) อยู่ในอันดับ 6 ด้วยกำไร 2,525 ล้านบาท เฉือน Quality House (QH) ที่มีกำไร 2,503 ล้านบาท ไปแบบเจ็บๆ คันๆ Pruksa Holding (PPH) อยู่ในอันดับ 8 ด้วยกำไร 2,339 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) ติดอันดับ 9 ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และ Central Pattana (CPN) ปิดท้าย Top 10 ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (ตัวเลขประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท) แนวโน้มปี 2567: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ และโอกาสที่ต้องคว้า จากผลการดำเนินงานในปี 2566 ที่สะท้อนภาพ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ยังคงมีความเปราะบาง ผมคาดการณ์ว่าปี 2567 จะยังคงเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ปัจจัยลบยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน อัตราดอกเบี้ยที่อาจยังทรงตัวสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ยังมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่มีความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้ การให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และการใช้กลยุทธ์การตลาดที่สร้างสรรค์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
สำหรับท่านที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม หรือ คอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ รวมถึงการวิเคราะห์ ราคาบ้านและที่ดิน ในทำเลต่างๆ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ เราพร้อมเสมอที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาคุณไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุดในโลกแห่งอสังหาริมทรัพย์.
Previous Post

D1203107 ใครจะได เป นแม คร วอ สานครกทอง (หน งส น) BSC part2 | Osman Kohl

Next Post

D1203109 เง บาทส ดท ายของหน ขอค นได ไหมคะ หน งส part2 | Osman Kohl

Next Post

D1203109 เง บาทส ดท ายของหน ขอค นได ไหมคะ หน งส part2 | Osman Kohl

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0304150_พาผ หญ งมาน วเน ยในบ าน เม ยไม าอะไรเหรอ_part2 | Delila Fee
  • D0304149_อถ อลวงโลก_part2 | Delila Fee
  • D0304148_ชายห เบา นน าเศร าใจ_part2 | Delila Fee
  • D0304147_เม ยนะ ไม ใช วเง นต วทอง_part2 | Delila Fee
  • D0304146_คนรวยเหล อขอ!_part2 | Delila Fee

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.