• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0801067 ความช วยเหล จากคนท แปลกหน part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
D0801067 ความช วยเหล จากคนท แปลกหน part2

กรุงเทพฯ: อนาคตตลาดคอนโดมิเนียมในยุคแห่งการปรับสมดุลและโอกาสสำหรับผู้มีกำลังซื้อสูง

สวัสดีครับ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายของตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2569 สถานการณ์เริ่มส่งสัญญาณของการปรับสมดุล ซึ่งในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญอย่างผม นี่คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมันหมายถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นสำหรับผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มทุนที่มีกำลังซื้อสูง

ภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2568: สัญญาณเตือนถึงภาวะอุปทานต่ำ

หากย้อนกลับไปดูข้อมูลของปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จะพบว่าตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 17,110 ยูนิต จาก 40 โครงการ ซึ่งนับเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี หรือที่เรียกว่า “Low Supply Cycle” มูลค่ารวมของโครงการใหม่ในปีนั้นอยู่ที่ประมาณ 70,368 ล้านบาท ซึ่งลดลงถึง 38.53% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในทศวรรษที่ผ่านมาที่อยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาทต่อปี

กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ หรือ “บิ๊กแบรนด์” ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาด โดยคิดเป็นสัดส่วน 83.71% ของยูนิตทั้งหมด และ 90.41% ของมูลค่าโครงการ อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่พยายามเข้ามาแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่บ้าง แต่ก็มีสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ หากเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดตัวโครงการใหม่เฉลี่ยปีละกว่า 34,700 ยูนิต ตัวเลขของปี 2568 ที่เปิดตัวเพียงครึ่งเดียวของค่าเฉลี่ย บ่งชี้ชัดเจนว่าตลาดกำลังเผชิญภาวะอุปทานที่หดตัวลงอย่างมาก

แนวโน้มตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569: การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงทรงตัวในทิศทางที่หดตัวเล็กน้อย โดยคาดการณ์การเปิดตัวโครงการใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ยูนิต คิดเป็นการลดลงอีก 12.33% มูลค่ารวมราว 60,000 ล้านบาท

กลยุทธ์หลักของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะเน้นไปที่การปรับลดจำนวนโครงการ การเลื่อนการเปิดตัว และการเฟ้นหาทำเลที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง โดยจะกระจุกตัวอยู่ในโครงการขนาดกลางถึงเล็ก ที่ตั้งอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า และในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่ผู้พัฒนาจะหันไปให้ความสนใจกับตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านในเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะ EEC (Eastern Economic Corridor) และ ภูเก็ต

ผมมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ในปริมาณมาก เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากนักลงทุนชาวต่างชาติและคนไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ปี 2569 นี้ ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ จะเข้าสู่ช่วงของการ “ปรับสมดุล” อย่างค่อยเป็นค่อยไป การฟื้นตัวอาจไม่รวดเร็ว แต่จะเป็นลักษณะของการประคองตัว โดยมีสัญญาณบวกบางประการที่เริ่มปรากฏให้เห็นในเชิงโครงสร้าง

การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดบน: โอกาสสำหรับ “เศรษฐี” ตัวจริง

ถึงแม้ภาพรวมตลาดจะดูซบเซา แต่สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในปี 2569 คือ การแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในเซ็กเมนต์ “ไฮเอนด์” (High-End) และ “ลักเซอรี่” (Luxury) ในทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการใหม่จะมีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลหายาก อาทิ สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เป้าหมายหลักของการเปิดตัวโครงการเหล่านี้ คือ การช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม High Net Worth (HNW) และ Ultra High Net Worth (UHNW) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอำนาจซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพระดับสูงสุด

เทรนด์สำคัญที่จะได้เห็นในปีนี้ คือ การตั้งราคาขายอย่างเป็นทางการในอีเวนต์เปิดพรีเซล (Pre-sale) โครงการ ที่อาจพุ่งสูงถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่เป็น “Rare Item” มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD นี่คือช่วงเวลาที่ “เศรษฐี” ตัวจริงจะได้แสดงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด

5 โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการในยุคแห่งการปรับสมดุล

จากสถานการณ์ที่กล่าวมา ผมมีข้อเสนอแนะ 5 ประการสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจะก้าวข้ามความท้าทายและคว้าโอกาสในปี 2569:

โอกาสจากคอนโดหรูใจกลางเมือง: ด้วยอุปทานใหม่ที่จำกัดในทำเล “ซูเปอร์ไพรม์” (Super Prime) จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่มีที่ดินเดิมในมือ หรือสามารถหาที่ดินศักยภาพสูงมาพัฒนาโครงการระดับ “แฟลกชิป” (Flagship) เพื่อสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ในระยะยาวได้
เจาะกำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth: กลุ่มลูกค้าเหล่านี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง และมองหา “สินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า” (Store of Value) พวกเขามีความพร้อมที่จะจ่ายในราคา 8 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สำหรับยูนิตที่ตรงกับความต้องการ
สร้าง “New Price Benchmark”: ต้นทุนที่ดินและการพัฒนาในย่าน CBD ที่อยู่ในระดับสูง สนับสนุนการตั้งราคาสูงได้ ผู้พัฒนาสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ เช่น โครงการ Rare Item, Low Density (ความหนาแน่นต่ำ) และ Branded Residence (คอนโดภายใต้แบรนด์โรงแรมหรู) เพื่อสร้างมาตรฐานราคาใหม่
เน้น “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ”: การแข่งขันจะเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนโครงการ มาเป็นการเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ การออกแบบที่โดดเด่น การบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ จะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา
โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง: กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ Expats (ผู้ที่อาศัยและทำงานในต่างประเทศ) ยังคงมีความต้องการเช่าที่พักอาศัยคุณภาพสูง โครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน (Rental Yield) จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: เศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึงและปัจจัยภายนอก

แม้จะมีโอกาสมากมาย แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ 5 ประการในปี 2569:

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาด “กลางและล่าง” (Mid to Lower Market) ยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับอุปทานในตลาด
ภาคการเงินเข้มงวด: การพิจารณาสินเชื่อยังคงมีความเข้มงวด ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่สูง: ราคาที่ดินใจกลางเมืองยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับต้นทุนก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง เป็นตัวกดดันอัตรากำไรของโครงการ
ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง อาจส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจในระยะสั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด
ความเสี่ยงด้านจังหวะการเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้น ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก ดังนั้น การบริหาร “Timing” (จังหวะเวลา) จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

กลยุทธ์การลงทุนสำหรับตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ในปี 2569

จากประสบการณ์ของผม ร่วมกับข้อมูลเชิงลึกจาก Colliers Thailand ผมขอเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ดังนี้:

เลือกลงทุนอย่างชาญฉลาด: มุ่งเน้นเฉพาะโครงการที่มีทำเลที่ตั้งโดดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
เจาะตลาดบน: ให้ความสำคัญกับตลาด “บน” (Upper-Tier) และ “ลักเซอรี่” (Luxury) ที่มีดีมานด์ซื้อแท้จริง
ควบคุมขนาดโครงการ: บริหารจัดการขนาดของโครงการและอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ
บริหารสภาพคล่อง: “สภาพคล่อง” (Liquidity) และ “กระแสเงินสด” (Cash Flow) คือหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจในภาวะเช่นนี้
ปรับตัวอย่างยืดหยุ่น: ติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ

ปี 2569 นี้ เป็นปีแห่งการปรับตัวและการมองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่ ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ กำลังจะเผยให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของผู้เล่นที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มองเห็นโอกาสนี้ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ในปี 2569 โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของคุณโดยเฉพาะ มาสร้างอนาคตการลงทุนที่มั่นคงไปด้วยกันครับ

Previous Post

D0801066 นป ายเส อเพ อหว งของฟร part2

Next Post

D0801068 กสะไภ ใจทรามรอบก ดแม างมหาเสนห part2

Next Post
D0801068 กสะไภ ใจทรามรอบก ดแม างมหาเสนห part2

D0801068 กสะไภ ใจทรามรอบก ดแม างมหาเสนห part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0801132 โลภมาก บผมกรรมไปตามระเบ ยบ part2
  • D0801133 เห นฉ นเป นใคร วแทนของใครหร อเปล part2
  • D0801131 อยากแค ลองใจ แต ไหงได แฟนใหม part2
  • D0801134 นกลายเป นน อย แต องคล อยตามเกม part2
  • D0801135 ความช วยเหล คร งส ดท าย part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.