• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0801057 EP1 part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
D0801057 EP1 part2

พาดหัวข่าว: ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ: การปรับตัวสู่ยุคใหม่ที่ผู้มีกำลังซื้อสูงคือหัวใจสำคัญในปี 2569

บทนำ:
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลเชิงลึกจากปี 2568 เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนของการหดตัวของอุปทานคอนโดมิเนียมใหม่ ซึ่งเป็นสถิติที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดในอดีต การเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยังบ่งชี้ถึงโอกาสที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในปี 2569 บทความนี้จะเจาะลึกถึงแนวโน้ม โอกาส และความท้าทายที่ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ กำลังเผชิญ โดยเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ที่ผู้พัฒนาและนักลงทุนควรรู้ เพื่อให้สามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการปรับตัวนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่ง

ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ: การหดตัวของอุปทานและความหมาย

ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ได้แสดงสัญญาณของการปรับตัวครั้งใหญ่ จากข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในวงการ พบว่ามีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เพียง 40 โครงการ คิดเป็นจำนวนยูนิตประมาณ 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี หรือที่เราเรียกกันว่า “Low Supply Cycle” เมื่อเทียบกับปี 2567 อุปทานใหม่ลดลงถึง 21.84% และมูลค่ารวมของโครงการใหม่ก็ลดลงอย่างมากถึง 38.53% เหลือเพียง 70,368 ล้านบาท เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่มักจะสูงถึง 1 แสนล้านบาท

ส่วนแบ่งการตลาดของผู้พัฒนาหลักนั้น ยังคงเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่มีสัดส่วนถึง 83.71% ของยูนิตที่เปิดตัวทั้งหมด โดยมีมูลค่ารวม 63,947 ล้านบาท ขณะที่ผู้พัฒนาที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสัดส่วนที่น้อยกว่า โดยอยู่ที่ 16.29% ของยูนิต คิดเป็นมูลค่า 6,416 ล้านบาท

หากเรามองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่เฉลี่ยประมาณ 34,700 ยูนิตต่อปี ดังนั้น การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 ที่มีเพียง 17,110 ยูนิต จึงเป็นการสะท้อนถึงการหดตัวของตลาดไปเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้พัฒนาหลายรายกำลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในอนาคต

แนวโน้มปี 2569: การทรงตัวของอุปทานและโฟกัสที่ตลาดบน

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดการณ์ว่าอุปทานคอนโดมิเนียมใหม่จะยังคงอยู่ในระดับทรงตัว หรืออาจจะลดลงอีกเล็กน้อย โดยคาดว่าจะมีโครงการเปิดใหม่ประมาณ 15,000 ยูนิต คิดเป็นการลดลงอีก 12.33% และมีมูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยการลดจำนวนโครงการที่จะเปิดตัวใหม่ และเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน

ในด้านทำเลที่ตั้ง การพัฒนาโครงการใหม่มีแนวโน้มที่จะกระจุกตัวอยู่ในโครงการขนาดกลางถึงเล็ก ซึ่งจะเน้นไปที่ทำเลที่มีศักยภาพชัดเจน เช่น บริเวณแนวรถไฟฟ้า หรือย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะเห็นการลงทุนในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ “EEC-ภูเก็ต” ซึ่งถือเป็นจุดโฟกัสที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “ช่วงเวลาของการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในตลาดกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ยังคงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด” เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากนักลงทุนชาวต่างชาติและคนไทยเอง ยังคงอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างชะลอตัว

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในปี 2569 คาดว่าจะเป็นช่วงของการ “ปรับสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป” (Gradual Balancing) ซึ่งหมายความว่าตลาดอาจจะไม่ได้เห็นการฟื้นตัวที่ก้าวกระโดด แต่จะเป็นการฟื้นตัวในลักษณะของการประคองตัว (Stabilizing Recovery) อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏขึ้นในเชิงโครงสร้าง ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการฟื้นตัวในระยะยาว

การแข่งขันในกลุ่มไฮเอนด์และลักเซอรี่: เวทีสำหรับผู้มีกำลังซื้อสูง

แม้ว่าจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่โดยรวมจะลดลง แต่ในปี 2569 เราจะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในเซ็กเมนต์ระดับ “ไฮเอนด์” (High-end) และ “ลักเซอรี่” (Luxury) โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมือง สุขุมวิทตอนต้น เพลินจิต-วิทยุ สีลม-สาทร และราชดำริ-ลุมพินี รวมถึงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ว่าจำนวนโครงการเปิดขายใหม่จะมีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” (Flagship Projects) ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม “High Net Worth” (HNW) และ “Ultra High Net Worth” (UHNW) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอำนาจซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพเยี่ยม

เทรนด์ที่น่าสนใจอีกประการคือการที่บางโครงการอาจจะกำหนดราคาขายอย่างเป็นทางการที่ “1 ล้านบาทต่อตารางเมตร” โดยเฉพาะโครงการที่เป็น “Rare Item” ซึ่งมีจำนวนยูนิตจำกัด ตั้งอยู่ในทำเลระดับ “Prime CBD” (Central Business District) และมีจุดเด่นที่หาได้ยาก การกำหนดราคาดังกล่าวสะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของทำเล คุณภาพการออกแบบ และความพิเศษของโครงการ ซึ่งจะกลายเป็น “New Price Benchmark” ใหม่ในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ

“ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์” คือคำกล่าวที่เหมาะสมสำหรับสภาวะตลาดนี้ ผู้ที่มีกำลังซื้อสูงเหล่านี้ ไม่ได้มองหาเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่กำลังมองหา “สินทรัพย์เพื่อการลงทุน” (Investment Asset) ที่สามารถรักษามูลค่าและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ความต้องการของพวกเขาจึงมีความซับซ้อนและเฉพาะเจาะจง การพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

โอกาสทองสำหรับผู้พัฒนา: 5 กลยุทธ์เพื่อความสำเร็จในปี 2569

สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังวางแผนกลยุทธ์ในปี 2569 นี้ ผมมีข้อเสนอแนะ 5 ประการที่น่าจะเป็นประโยชน์ ดังนี้ครับ:

โอกาสคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง: การมีซัพพลายใหม่ในทำเล “ซูเปอร์ไพรม์” (Super Prime Locations) ที่มีจำกัด ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมหรูในทำเลเหล่านี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ผู้พัฒนาที่มีที่ดินเดิมในมือ หรือสามารถจัดหาที่ดินศักยภาพสูงได้ จะมีโอกาสในการพัฒนาโครงการระดับ “แฟลกชิป” (Flagship) ที่สามารถสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งในระยะยาว การลงทุนในทำเลทองเหล่านี้ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอ

กำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth: กลุ่มลูกค้า HNW และ UHNW มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่มี “คุณภาพสูง” (High-Quality Living) และมองหา “สินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า” (Value-Preserving Assets) พวกเขามีกำลังซื้อที่พร้อมจะจ่ายในระดับราคา “8 แสนถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร” สำหรับคอนโดมิเนียมที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ การเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ และความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ

สร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นในย่าน CBD และต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น “โครงการ Rare Item”, “Low Density Condominiums” (คอนโดมิเนียมที่มีจำนวนยูนิตต่อพื้นที่น้อย) หรือ “Branded Residences” (โครงการที่ร่วมกับแบรนด์หรู) จะช่วยสร้าง “New Price Benchmark” ที่สะท้อนถึงคุณค่าและความพิเศษของโครงการ

การแข่งขันด้านคุณภาพเหนือปริมาณ: ในยุคที่อุปทานมีจำกัด การแข่งขันจะเปลี่ยนจากการเพิ่มปริมาณ ไปเป็นการเพิ่ม “คุณภาพ” (Quality) ผู้พัฒนาควรให้ความสำคัญกับการออกแบบที่โดดเด่น (Exceptional Design), การให้บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม (Superior After-Sales Service) และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่น่าประทับใจ (Unforgettable Living Experience) สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และสร้างความแตกต่างที่ยั่งยืน

โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง: กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ “Expats” (ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศ) ยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงในทำเลใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลัก โครงการที่สามารถตอบสนองความต้องการทั้งสำหรับการอยู่อาศัย (Residential) และการลงทุน (Investment) จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง การพัฒนาโครงการที่เน้น “Rental Yield” (ผลตอบแทนจากค่าเช่า) ที่น่าสนใจ ควบคู่ไปกับการขายขาด จะเป็นกลยุทธ์ที่น่าพิจารณา

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: การฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงและปัจจัยภายนอก

แม้ว่าจะมีโอกาสที่น่าสนใจ แต่ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญ 5 ประการที่ผู้พัฒนาควรรู้เท่าทัน:

ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางถึงล่างยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคใช้เวลานานขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตราการขาย (Sales Rate) และความเร็วในการดูดซับซัพพลาย (Absorption Rate) ในตลาด
ภาคการเงินและการเข้าถึงสินเชื่อ: การพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังคงมีความเข้มงวด ผู้ซื้อบางกลุ่มอาจเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดโอน (Transferring Volume) และกระแสเงินสด (Cash Flow) ของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่อยู่ในระดับสูง: ราคาที่ดินในทำเล CBD ยังคงทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงกดดันต่อ “อัตรากำไร” (Profit Margin) ของโครงการ
ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง: การเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 อาจส่งผลให้ “นโยบายเศรษฐกิจ” (Economic Policies) ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น จำเป็นต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ความไม่แน่นอนนี้อาจทำให้การตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่มชะลอตัวลง
ความเสี่ยงในการกำหนดจังหวะเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไป อาจทำให้ต้องเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไป อาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก การบริหาร “Timing” (จังหวะเวลา) ในการเปิดตัวโครงการจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และต้องอาศัยความแม่นยำในการวิเคราะห์ตลาด

กลยุทธ์เชิงรุกจากผู้เชี่ยวชาญ: ข้อเสนอแนะจาก Colliers Thailand

จากข้อมูลและแนวโน้มที่กล่าวมาข้างต้น Colliers Thailand ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการควรมองหา โดยมี 5 ประเด็นหลักดังนี้:

เลือกลงทุนเฉพาะโครงการที่มีทำเลและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน: เน้นการวิเคราะห์ศักยภาพของทำเล (Location Analysis) และการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ที่แม่นยำ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสความสำเร็จ
เน้นตลาดบนและลักเซอรี่: มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง (High-End Market) และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความพิเศษ (Luxury Market) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี “ดีมานด์ซื้อแท้จริง” (Genuine Demand)
ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ: การบริหารจัดการขนาดของโครงการ (Project Size) และการลงทุน (Investment Rate) ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและลดความเสี่ยง
บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นหัวใจหลัก: การให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่อง (Liquidity Management) และกระแสเงินสด (Cash Flow Management) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทาย
ติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น: การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐบาล (Government Policies) และการพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์ (Flexible Strategy Adjustment) จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับความไม่แน่นอน และคว้าโอกาสที่อาจเกิดขึ้นได้

บทสรุป:

ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็แฝงไว้ด้วยโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่เข้าใจพลวัตของตลาดอย่างแท้จริง ในปี 2569 นี้ การให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง การพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพโดดเด่น และการบริหารจัดการที่รอบคอบ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้พัฒนาที่ต้องการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง การศึกษาข้อมูลเชิงลึก และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ คือก้าวแรกที่คุณไม่ควรมองข้าม มาสำรวจศักยภาพของตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ และค้นหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณในปี 2569 นี้กันเถอะ

Previous Post

D0801056 จากคนเก บขยะ พน กงานด เด part2

Next Post

D0801058 าห บเล ยงจนได งมาปากด ใส part2

Next Post
D0801058 าห บเล ยงจนได งมาปากด ใส part2

D0801058 าห บเล ยงจนได งมาปากด ใส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0801132 โลภมาก บผมกรรมไปตามระเบ ยบ part2
  • D0801133 เห นฉ นเป นใคร วแทนของใครหร อเปล part2
  • D0801131 อยากแค ลองใจ แต ไหงได แฟนใหม part2
  • D0801134 นกลายเป นน อย แต องคล อยตามเกม part2
  • D0801135 ความช วยเหล คร งส ดท าย part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.