อนาคตตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ: เมื่อกำลังซื้อระดับสูงนำทางปี 2569
จากประสบการณ์กว่าทศวรรษในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ผมได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ และปี 2569 นี้กำลังจะกลายเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกบ่งชี้ว่า แม้ภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ จะเผชิญกับความท้าทายและภาวะชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการปรับตัวและโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มทุนและกำลังซื้อระดับสูง
การวิเคราะห์ภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2568: สู่ยุคแห่งอุปทานที่เข้มข้น
ข้อมูลล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญในวงการได้เผยให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 40 โครงการ คิดเป็นจำนวนยูนิตทั้งสิ้น 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นระดับอุปทานที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้ม “Low Supply Cycle” ที่ชัดเจน มูลค่ารวมของโครงการที่เปิดตัวใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 70,368 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 38.53% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่สูงถึง 1 แสนล้านบาท
ในส่วนของผู้พัฒนาหลัก กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเป็นผู้เล่นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วน 83.71% ของจำนวนยูนิตและ 63,947 ล้านบาทของมูลค่ารวม ขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสัดส่วนที่น้อยกว่า
หากพิจารณาในภาพรวม 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่เฉลี่ยประมาณ 34,700 ยูนิตต่อปี ดังนั้น ตัวเลขการเปิดตัวในปี 2568 ที่ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจึงบ่งชี้ถึงภาวะการหดตัวของตลาดอย่างชัดเจน
แนวโน้มตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569: การปรับสมดุลและโอกาสในเซ็กเมนต์บน
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดการณ์ว่าจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จะยังคงทรงตัวในระดับต่ำ โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวประมาณ 15,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องอีก 12.33% เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์หลักของผู้พัฒนาในช่วงเวลานี้คือการปรับลดจำนวนโครงการ เลื่อนการเปิดตัวออกไป และมุ่งเน้นไปที่ทำเลที่มีศักยภาพชัดเจน เช่น แนวรถไฟฟ้า และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) รวมถึงการขยายการลงทุนไปยังตลาดคอนโดกรุงเทพฯ และบ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง EEC และภูเก็ต
แม้ภาพรวมของตลาดคอนโดกรุงเทพฯ จะยังคงเผชิญกับภาวะชะลอตัวของกำลังซื้อทั้งจากนักลงทุนต่างชาติและคนไทย การปรับสมดุลของตลาดที่ค่อยเป็นค่อยไปนี้ อาจไม่ได้นำไปสู่การฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นการฟื้นตัวในลักษณะของการประคองตัว โดยมีสัญญาณบวกเชิงโครงสร้างบางประการเริ่มปรากฏขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษในปี 2569 คือ การแข่งขันที่ดุเดือดในเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการเปิดขายใหม่จะมีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “Flagship” หรือ “เรือธง” ในทำเลที่มีความต้องการสูงและหายาก เช่น สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม High Net Worth (HNW) และ Ultra High Net Worth (UHNW) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อสูงและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก
เทรนด์สำคัญที่คาดว่าจะเห็นในปี 2569 คือ การเปิดตัวโครงการพร้อมกำหนดราคาขายอย่างเป็นทางการที่สูงถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่มีลักษณะพิเศษ “Rare Item” มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเล Prime CBD ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักลงทุนที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนและรักษามูลค่า
ถึงเวลาของ “เศรษฐี” กับโอกาสในการลงทุนคอนโดกรุงเทพฯ
สำหรับผู้ประกอบการในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ในปี 2569 นี้ มี 5 ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา:
โอกาสในคอนโดหรูใจกลางเมือง: ด้วยอุปทานใหม่ที่จำกัดในทำเลซูเปอร์ไพรม์ คอนโดมิเนียมระดับหรูใจกลางเมืองจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่มีที่ดินเดิมอยู่ในมือ หรือสามารถหาที่ดินศักยภาพสูงมาพัฒนาโครงการระดับ “Flagship” ที่สามารถสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ในระยะยาวได้
กำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth: กลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและมองหา “สินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า” (Store of Value) พวกเขามีความสามารถในการซื้อคอนโดมิเนียมที่มีราคาสูงถึง 8 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลศักยภาพของคอนโดกรุงเทพฯ
โอกาสในการสร้าง “New Price Benchmark”: ต้นทุนที่ดินและการพัฒนาในย่าน CBD ที่อยู่ในระดับสูง สนับสนุนการตั้งราคาขายที่สูงขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอควรเน้นความเป็น “Rare Item”, “Low Density” (โครงการที่มีความหนาแน่นต่ำ) และ “Branded Residence” (คอนโดมิเนียมที่บริหารจัดการโดยแบรนด์โรงแรมหรือไลฟ์สไตล์ชื่อดัง) เพื่อสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่ม
การแข่งขันด้านคุณภาพ มากกว่าปริมาณ: แทนที่จะเน้นการพัฒนาโครงการจำนวนมาก ผู้พัฒนาควรมุ่งเน้นที่คุณภาพการออกแบบ, การบริการหลังการขาย, และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาและสร้างความภักดีให้กับลูกค้า
โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง: กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ, ผู้บริหารระดับสูง, และชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย (Expats) ยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงในเมือง โครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและมีศักยภาพในการลงทุนปล่อยเช่า จะช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุน นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีความต้องการเช่าที่ต่อเนื่อง
ความท้าทายที่ต้องเผชิญในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569
แม้จะมีโอกาสที่น่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการในปี 2569:
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางถึงล่างยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคใช้เวลานานขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับอุปทานในตลาด
ภาวะภาคการเงินที่เข้มงวด: สถาบันการเงินยังคงมีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวด ผู้ซื้อบางกลุ่มอาจเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่สูง: ราคาที่ดินในทำเลใจกลางเมืองยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้าง, วัสดุ, และค่าแรง ยังไม่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไรของผู้พัฒนา
ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2569 อาจส่งผลต่อความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจในระยะสั้น ผู้ประกอบการและนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์, ภาษี, และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อบางกลุ่ม
ความเสี่ยงในการกำหนดจังหวะการเปิดตัวโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจทำให้เผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก การบริหารจัดการ “Timing” ของการเปิดตัวโครงการจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ
จากข้อมูลและแนวโน้มข้างต้น คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ขอเสนอข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ดังนี้:
เลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่มีทำเลศักยภาพสูงและกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
เจาะตลาดบนและลักเซอรี่: เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีดีมานด์ซื้อแท้จริงและมีความสามารถในการใช้จ่ายสูง
ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: บริหารจัดการขนาดโครงการและระดับการลงทุนให้มีความเหมาะสมกับสภาวะตลาด
บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด: ถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน
ติดตามนโยบายรัฐบาลและปรับกลยุทธ์ยืดหยุ่น: จับตานโยบายของภาครัฐอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดและการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ปี 2569 เป็นปีแห่งโอกาสและความท้าทายสำหรับตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ผู้ประกอบการที่เข้าใจพลวัตของตลาด, สามารถปรับตัวตามเทรนด์, และมุ่งเน้นไปที่กลุ่มกำลังซื้อระดับสูง จะสามารถคว้าโอกาสทองนี้ไปได้อย่างแน่นอน
หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่มองหาโอกาสในการลงทุนหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่ความสำเร็จ.

