ส่องเทรนด์ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569: เมื่อกำลังซื้อระดับบนคือตัวขับเคลื่อนหลัก
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ การมองแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 นั้น เป็นการวิเคราะห์ที่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ถึงทิศทางที่น่าสนใจ ซึ่งแตกต่างจากภาพรวมที่อาจดูชะลอตัวในบางเซ็กเมนต์ แต่ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณของการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มตลาดเฉพาะ
ภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2568: สัญญาณ Low Supply Cycle ที่ชัดเจน
หากย้อนกลับไปพิจารณาภาพรวมของปี 2568 เราจะเห็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาคือ การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการประเมินว่ามีโครงการเปิดใหม่เพียงประมาณ 40 โครงการ คิดเป็น 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี หรือที่เรียกกันในวงการว่า “Low Supply Cycle” มูลค่ารวมของโครงการใหม่ที่เปิดตัวก็ลดลงจากค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างเห็นได้ชัด
ผู้เล่นหลักในตลาดปีที่ผ่านมายังคงเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งเข้ามามีบทบาทถึงกว่า 83% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสัดส่วนน้อยกว่ามาก สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมของกลุ่มทุนใหญ่ในการรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทาย
เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดตัวโครงการใหม่เฉลี่ยปีละกว่า 34,700 ยูนิต ตัวเลขของปี 2568 ที่เปิดตัวเพียงประมาณ 17,000 ยูนิตนั้น บ่งชี้ถึงการหดตัวของซัพพลายที่เกือบครึ่งหนึ่ง นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับสภาวะการจัดหาที่ลดลงอย่างมาก
แนวโน้มตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569: ทรงตัวแต่เน้นคุณภาพ และการปรับกลยุทธ์ที่เฉียบคม
สำหรับปี 2569 แนวโน้มซัพพลายใหม่ที่คาดการณ์ว่าจะเปิดตัวนั้น ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัว โดยประมาณการอยู่ที่ 15,000 ยูนิต ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ที่น่าสนใจคือ มูลค่ารวมของโครงการใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวก็ลดลงตามไปด้วย
ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะปรับกลยุทธ์อย่างรอบคอบมากขึ้น การลดจำนวนโครงการที่เปิดตัว การเลื่อนการเปิดตัวโครงการออกไป และการมุ่งเน้นไปที่ทำเลที่มีศักยภาพชัดเจน เช่น แนวเส้นทางรถไฟฟ้าและย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) จะเป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยขึ้น นอกจากนี้ การลงทุนในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านในเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ EEC และ ภูเก็ต ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรง
สถานการณ์ปัจจุบันยังคงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จำนวนมาก เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากลูกค้าต่างชาติและคนไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว การฟื้นตัวของ ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ในปี 2569 จึงคาดว่าจะเป็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในลักษณะของการประคองตัว มากกว่าการก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏชัดขึ้นในเชิงโครงสร้าง ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสที่ซ่อนอยู่
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดระดับบน: เมื่อเศรษฐีกำลังแผลงฤทธิ์
แม้ว่าภาพรวมของตลาดอาจจะดูทรงตัว แต่ในเซ็กเมนต์ระดับบน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหรู (Luxury Condominium) และคอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ (Ultra Luxury Condominium) ในทำเลใจกลางเมือง กลับกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่ง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ต่างเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลหายากและมีมูลค่าสูง เช่น สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา
การแข่งขันนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือการช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม High Net Worth Individuals (HNWI) และ Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอำนาจซื้อสูงมาก ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่ากลุ่มอื่น และมีความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูง เป็นสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ
เราจะได้เห็นเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เช่น การตั้งราคาขายอย่างเป็นทางการที่ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สำหรับโครงการที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งอาจเป็น “Rare Item” ที่มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเล Prime CBD ที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งนี่คือการสร้าง New Price Benchmark ที่สะท้อนถึงคุณค่าและศักยภาพของทำเล รวมถึงคุณภาพของโครงการ
โอกาสของผู้ประกอบการ: ก้าวข้ามความท้าทาย สู่การสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน
จากภาพรวมที่วิเคราะห์มานี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเจาะตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ควรพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้:
โอกาสคอนโดหรูใจกลางเมือง: การมีซัพพลายใหม่ในทำเลซูเปอร์ไพรม์ที่จำกัด ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่มีที่ดินเดิมในมือ หรือสามารถหาที่ดินศักยภาพสูงได้ การพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิป (Flagship Project) ที่เน้นคุณภาพและการออกแบบที่โดดเด่น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและภาพลักษณ์ที่ดีในระยะยาว
เจาะกำลังซื้อกลุ่ม HNWI และ UHNWI: กลุ่มลูกค้าเหล่านี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง และมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า พวกเขามีความพร้อมที่จะจ่ายในราคา 8 แสนถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สำหรับยูนิตที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง
สร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินที่สูงและการพัฒนาโครงการในย่าน CBD สนับสนุนการตั้งราคาสูง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็น “Rare Item”, โครงการที่มีความหนาแน่นต่ำ (Low Density), หรือ Branded Residence สามารถสร้างราคาขายใหม่ที่สูงขึ้นได้
เน้นคุณภาพ มากกว่าปริมาณ: การแข่งขันในตลาดปีนี้จะเน้นไปที่คุณภาพการออกแบบ, บริการหลังการขาย, และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน
โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง: กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ, ผู้บริหารระดับสูง, และ Expatriates ยังคงมีความต้องการเช่าที่พักอาศัยคุณภาพสูงในเมืองอย่างต่อเนื่อง โครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน (Investment Property) จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีความต้องการเช่าที่สูง
ความท้าทายที่ต้องเผชิญในปี 2569: การบริหารจัดการท่ามกลางความไม่แน่นอน
แม้จะมีโอกาสในตลาดบน แต่ผู้ประกอบการก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการในปี 2569:
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางและล่างยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด
ภาคการเงินที่เข้มงวด: การพิจารณาสินเชื่อยังคงมีความเข้มงวด ผู้ซื้อบางกลุ่มอาจเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่ยังสูง: ราคาที่ดินใจกลางเมืองยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับต้นทุนก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของโครงการ
ความไม่แน่นอนจากการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือนโยบายเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่ม จำเป็นต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์, ภาษี, และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด
ความเสี่ยงด้านจังหวะการเปิดโครงการ (Timing): การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก การบริหารจัดการจังหวะเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569
จากบทวิเคราะห์ทั้งหมด บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ขอเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการ เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ในปี 2569 ดังนี้:
การเลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพทำเลโดดเด่น และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
เจาะตลาดบนและลักเซอรี่: ให้ความสำคัญกับตลาดระดับบนที่มี กำลังซื้อจริง (Genuine Demand) และมีความต้องการซื้อที่ชัดเจน
ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: บริหารจัดการขนาดของโครงการ และอัตราส่วนการลงทุนให้มีความรอบคอบ เพื่อลดความเสี่ยง
บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด: การบริหารจัดการสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ ถือเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจในสภาวะตลาดเช่นนี้
ติดตามนโยบายรัฐบาลและปรับกลยุทธ์: ติดตามความเคลื่อนไหวและนโยบายของรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดและการขายได้อย่างยืดหยุ่น
การทำความเข้าใจพลวัตของตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นไปที่กำลังซื้อระดับบนและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีกลยุทธ์ คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ความสำเร็จและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับคุณภาพ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ และ อสังหาริมทรัพย์ราคาแพง พร้อมสัมผัสโอกาสในการสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่ง โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เพื่อร่วมกันสำรวจศักยภาพที่แท้จริงและวางแผนอนาคตของท่าน.

