• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0601081 ไม แม แต คำอำลา part2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
D0601081 ไม แม แต คำอำลา part2

เศรษฐกิจไทยและอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: การประคับประคองบนสมดุลใหม่และความท้าทายที่รออยู่

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวงจรของตลาดขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่สำหรับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 นี้นั้น ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องอาศัยความรอบคอบ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการปรับตัวอย่างจริงจัง หลังจากการเผชิญกับความท้าทายที่ถาโถมเข้ามาตลอดปี 2568 ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก

ปี 2568 ถือเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับพายุหลายลูก ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่อ่อนแอ สถาบันการเงินที่เริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง และเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สถานการณ์เหล่านี้ล้วนบีบคั้นให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว และมองหาหนทางในการประคับประคองธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน

ทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2569: การฟื้นตัวอย่างช้าๆ บนฐานที่ต่ำ

จากการประเมินของเหล่าผู้เชี่ยวชาญในวงการ เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มที่จะเป็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยหลายสำนักคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ไว้ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด ตัวเลขที่ประเมินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดการณ์ GDP ไว้ที่ 1.5-1.8% นั้น สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมที่ยังคงต้องอาศัยการประคับประคองเป็นหลัก ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2568 ที่ประมาณ 2%

ปัจจัยกดดันสำคัญที่ยังคงมีน้ำหนักต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่

หนี้ครัวเรือนระดับสูง: แม้จะมีความพยายามในการจัดการ แต่ระดับหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในเกณฑ์สูงยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อกำลังซื้อ และความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน
ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น: ต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นน้อยลง หรือเลื่อนการตัดสินใจออกไป
ความไม่แน่นอนทั้งภายในและภายนอก: ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ยังคงสร้างความกังวล และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค

ดังนั้น ในปี 2569 ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะยังคง “ซึมๆ” หรือมีการเติบโตที่ไม่หวือหวา การบริหารจัดการต้นทุน สภาพคล่อง และการวางแผนธุรกิจที่รอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ปีแห่งการประคับประคองบนสมดุลใหม่

สำหรับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 นั้น เหล่ากูรูได้นิยามว่าเป็น “ปีแห่งการประคับประคองบนสมดุลใหม่” หรือ “ปีม้าหงอย-ม้าป่วย” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาของการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด แต่ยังไม่สามารถกลับไปสู่ภาวะที่รุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้อีก เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

ความท้าทายที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญ:

กำลังซื้ออ่อนแอ: นี่คือปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนถูกจำกัดด้วยปัจจัยหลายประการ ดังที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้การตัดสินใจซื้อมีความลังเลมากขึ้น
สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ: ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อสำหรับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Project Financing) ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เงื่อนไขในการขอสินเชื่ออาจจะเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องพึ่งพาตนเองในการบริหารจัดการสภาพคล่องให้มากยิ่งขึ้น
การแข่งขันด้านซัพพลายที่ปรับตัว: แม้ว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนว่าผู้ประกอบการเริ่มปรับตัว แต่ก็ยังคงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง และพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับกำลังซื้อจริง ไม่ใช่การคาดการณ์ที่เกินจริง
การบริหารสภาพคล่อง: ในสภาวะที่การปล่อยสินเชื่อยังคงมีความท้าทาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่องให้ดี เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
ความจำเป็นในการ Upskill และปรับตัว: ผู้ประกอบการทุกขนาดจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพองค์กร (Upskill) โดยการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ เช่น Sustainable Development in Action, Low Carbon Living ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด

ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนภาพตลาด:

การเปิดตัวโครงการใหม่ (New Supply): ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ
การโอนกรรมสิทธิ์ (Property Transfer): ในปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ลดลงประมาณ 10% มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศลดลงประมาณ 20-25%
สินเชื่อรายย่อย (Retail Loans): ยอดสินเชื่อรายย่อยที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Loan Rejection Rate): ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 40% ซึ่งเป็นปัญหาคอขวดสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ

ปัจจัยบวกที่อาจเข้ามาช่วยพยุงตลาด:

แม้ภาพรวมจะดูท้าทาย แต่ก็ยังมีปัจจัยบางประการที่อาจช่วยพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ได้:

ฐานที่ต่ำในปี 2568: เมื่อตัวเลขต่างๆ ปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก การเติบโตเล็กน้อยในปีถัดไปจะดูมีนัยสำคัญมากขึ้น
การแข่งขันด้านซัพพลายไม่รุนแรง: การที่ผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ ทำให้การแข่งขันด้านปริมาณซัพพลายไม่รุนแรงเหมือนในอดีต
การแข่งขันปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์: เมื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่เคยมีส่วนแบ่งตลาดสูง เริ่มมีการแข่งขันจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ มากขึ้น อาจส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อ
การลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มฟื้นตัว: ตัวเลขการขอส่งเสริมการลงทุนและการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แสดงถึงการกลับมาลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ: การก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมที่ทยอยแล้วเสร็จ ส่งผลให้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์
การเมืองที่ชัดเจน: หากมีการเลือกตั้งตามกรอบเวลา และได้รัฐบาลใหม่ที่สามารถผลักดันนโยบายได้ทันเวลา จะช่วยให้งบประมาณปี 2570 เข้าสู่สภาฯ ได้เร็วขึ้น และเร่งการใช้งบประมาณปี 2569 ได้อีกด้วย

กลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการในปี 2569: การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อรับมือกับความท้าทาย และคว้าโอกาสที่อาจมีอยู่:

เน้นกำลังซื้อจริง (Focus on Real Demand): การพัฒนาโครงการต้องยึดรายได้จริงของประชาชนเป็นหลัก พิจารณาปรับขนาดโครงการ ลดราคาต่อหน่วย และออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวและความสามารถในการผ่อนชำระในระยะยาว
บริหารสภาพคล่องและลดความเสี่ยง: ชะลอการลงทุนที่ไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงความเสี่ยงเกินตัว และให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดอย่างเข้มงวด
Upskill พัฒนาสินค้าและบริการ: สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก เช่น การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness Residences) การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการโครงการ (PropTech) และการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Sustainable Living)
แสวงหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย: นอกเหนือจากการพึ่งพาสถาบันการเงินและหุ้นกู้ ผู้ประกอบการอาจต้องพิจารณาแหล่งเงินทุนอื่นๆ หรือการร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อลดภาระทางการเงิน
ร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน: การผลักดันมาตรการที่ช่วยลดภาระผู้ซื้อและต้นทุนผู้ประกอบการ เช่น การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการสนับสนุนสินเชื่อบ้านหลังแรก เป็นสิ่งที่จำเป็น
พัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มเฉพาะ: เช่น โครงการสำหรับผู้สูงอายุ (Silver Age Housing) หรือโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z Homes) ที่มีความต้องการและกำลังซื้อที่แตกต่างกัน

บทบาทของภาครัฐในการพยุงตลาด:

ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น มาตรการที่ตรงจุด เช่น:

การลดภาระผู้ซื้อ: การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองบ้านหลังแรก, การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV (Loan-to-Value) เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเริ่มต้นสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
การสนับสนุนต้นทุนผู้ประกอบการ: การพิจารณามาตรการลดต้นทุนการก่อสร้าง หรือการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน
การแก้ปัญหาสินเชื่อ: การสนับสนุนกลไกอย่าง Mortgage Guarantee เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ หรือการพิจารณามาตรการ Consolidated Debt เพื่อลดภาระหนี้และเพิ่มความสามารถในการผ่อนชำระ
การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ: รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมทั้งระบบ รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง

แนวโน้มราคาที่ดินและประเภทอสังหาริมทรัพย์:

ราคาที่ดิน โดยเฉพาะในบริเวณที่มีโครงข่ายคมนาคมที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของทำเลและกำลังซื้อ

ทาวน์เฮ้าส์: ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระดับราคา 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย อาจจะเริ่มหายากขึ้น เนื่องจากต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น ทำให้คอนโดมิเนียมเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในย่านชานเมือง
คอนโดมิเนียม: มีแนวโน้มที่จะเข้ามาทดแทนในบางทำเล และยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาที่อยู่อาศัยในเมือง
การฟื้นตัวในภูมิภาค: การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละภูมิภาคอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และศักยภาพของพื้นที่นั้นๆ

บทสรุป: ก้าวต่อไปบนสมดุลใหม่

ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่จะคาดหวังการเติบโตที่หวือหวา แต่เป็นปีแห่งการ ประคับประคองเศรษฐกิจไทย และ อสังหาริมทรัพย์ บนสมดุลใหม่ที่ต้องอาศัยความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น และการปรับตัวของผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมเชื่อว่าด้วยการวางแผนที่รอบคอบ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้ และสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคต

หากท่านเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือกำลังมองหาที่อยู่อาศัย การทำความเข้าใจถึงทิศทางเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด อย่ารอช้าที่จะศึกษาข้อมูลเชิงลึก วางแผนกลยุทธ์ และเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า

Previous Post

D0601080 อหน มต หน าใส กว าจร งใจท ไหนม part2

Next Post

D0601082 สงคราม ขายด วน part2

Next Post
D0601082 สงคราม ขายด วน part2

D0601082 สงคราม ขายด วน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0801132 โลภมาก บผมกรรมไปตามระเบ ยบ part2
  • D0801133 เห นฉ นเป นใคร วแทนของใครหร อเปล part2
  • D0801131 อยากแค ลองใจ แต ไหงได แฟนใหม part2
  • D0801134 นกลายเป นน อย แต องคล อยตามเกม part2
  • D0801135 ความช วยเหล คร งส ดท าย part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.