
ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2569: วิกฤตซัพพลายต่ำสุดรอบ 17 ปี โอกาสทองของกลุ่มทุนและเศรษฐีที่มีวิสัยทัศน์
กรุงเทพมหานคร, 1 มกราคม 2569 – ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่าจากตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม ที่กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “ซัพพลายต่ำสุด” ในรอบ 17 ปี ข้อมูลล่าสุดจาก “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยภาพรวมที่น่าสนใจและชวนให้จับตาถึงเทรนด์กำลังซื้อในปี 2569
ปี 2568: สถิติซัพพลายคอนโดมิเนียมต่ำเป็นประวัติการณ์
ปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 40 โครงการ รวม 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี คิดเป็นการลดลงถึง -21.84% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีมูลค่ารวม 70,368 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง -38.53% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่สูงถึง 1 แสนล้านบาท
ผู้เล่นหลักในตลาดปีที่ผ่านมายังคงเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 83.71% หรือ 14,323 ยูนิต มูลค่ารวม 63,947 ล้านบาท ขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสัดส่วน 16.29% หรือ 2,787 ยูนิต มูลค่ารวม 6,416 ล้านบาท
หากพิจารณาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รวมทั้งสิ้น 347,650 ยูนิต หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 34,700 ยูนิต การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 ที่มีเพียง 17,110 ยูนิต จึงสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะตลาดที่หดตัวลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการ ซื้อคอนโดกรุงเทพ ที่มีการแข่งขันที่เปลี่ยนไป
ปี 2569: แนวโน้มซัพพลายทรงตัว ตลาดปรับสู่ภาวะสมดุล
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีซัพพลายเปิดขายใหม่ประมาณ 15,000 ยูนิต ซึ่งยังคงเป็นการลดลงต่อเนื่องที่ -12.33% โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมุ่งเน้นการปรับลดจำนวนโครงการ เลื่อนการเปิดตัวออกไป และเฟ้นหาทำเลที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มการลงทุนในตลาดคอนโดในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง คอนโดกรุงเทพราคาถูก ที่จะเน้นไปที่พื้นที่ EEC และภูเก็ต
“สถานการณ์ปัจจุบันยังคงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากลูกค้าชาวต่างชาติและคนไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ตลาดห้องชุดกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป” ภัทรชัย กล่าว
“เราจะไม่เห็นการฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นการฟื้นตัวในลักษณะของการประคองตัว โดยมีสัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในเชิงโครงสร้าง”
การแข่งขันในเซ็กเมนต์ไฮเอนด์และลักเซอรี่: โอกาสทองของเศรษฐี
แม้จำนวนโครงการเปิดขายใหม่จะมีจำกัด แต่ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการแข่งขันที่ดุเดือดในเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ในทำเลใจกลางเมือง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลศักยภาพสูงที่หาได้ยาก เช่น สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อจากกลุ่ม High Net Worth (HNW) และ Ultra High Net Worth (UHNW) ที่มีอำนาจซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพเยี่ยม
เทรนด์สำคัญที่น่าจับตาคือ การกำหนดราคาขายอย่างเป็นทางการที่สูงถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่เป็น “Rare Item” มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD การ ลงทุนคอนโดกรุงเทพ ในระดับนี้ จึงเปิดโอกาสให้เศรษฐีและนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
5 โอกาสที่ผู้ประกอบการคอนโดกรุงเทพไม่ควรมองข้าม
คอนโดหรูใจกลางเมือง (Luxury Condos in Prime Locations): ด้วยซัพพลายใหม่ที่จำกัดในทำเลซูเปอร์ไพรม์ จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่มีที่ดินเดิมในมือ หรือสามารถจัดหาที่ดินศักยภาพสูง เพื่อพัฒนาโครงการระดับ Flagship ที่จะสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ในระยะยาว การ ซื้อคอนโดหรู ในทำเลเหล่านี้จึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก
กำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth: กลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า พวกเขามีความพร้อมที่จะจับจ่ายสำหรับห้องชุดที่มีราคาสูงถึง 8 แสนถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร การเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มนี้คือกุญแจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์
สร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินและการพัฒนาใน CBD สนับสนุนการตั้งราคาสูงสำหรับโครงการพิเศษ ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอควรเป็นโครงการ Rare Item, Low Density และ Branded Residence เพื่อสร้างความแตกต่างและมูลค่าที่เหนือกว่า
การแข่งขันด้านคุณภาพ (Quality over Quantity): ผู้พัฒนาควรให้ความสำคัญกับการออกแบบ บริการหลังการขาย และประสบการณ์การอยู่อาศัย มากกว่าปริมาณโครงการ การมุ่งเน้นคุณภาพจะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาและสร้างความแตกต่างที่ยั่งยืน
ตลาดเช่าในเมือง: ยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่องจากลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ Expatriates การพัฒนาโครงการที่รองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ ทำเลใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องสำหรับ เช่าคอนโดกรุงเทพ
ความท้าทาย 5 ประการในปี 2569
แม้จะมีโอกาสที่น่าสนใจ แต่ปี 2569 ก็ยังมีความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ:
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดกลางและล่างยังคงเปราะบาง ทำให้การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด
ภาคการเงิน: การพิจารณาสินเชื่อยังคงเข้มงวด ทำให้ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่สูง: ราคาที่ดินใจกลางเมืองยังคงทรงตัวในระดับสูง ต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงก็ยังไม่มีแนวโน้มลดลง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของโครงการ
ความไม่แน่นอนจากการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจส่งผลต่อความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจในระยะสั้น ผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่มอาจชะลอการตัดสินใจลงทุน จำเป็นต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด
ความเสี่ยงในการกำหนดจังหวะเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก การบริหาร Timing จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569
จากข้อมูลและแนวโน้มที่กล่าวมา บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้เสนอแนะกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับผู้ประกอบการในการฝ่าฟันความท้าทายและคว้าโอกาสในปี 2569:
เน้นการลงทุนในโครงการที่มีทำเลและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน: การเลือกทำเลที่มีศักยภาพและเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการที่ประสบความสำเร็จ
เจาะตลาดบนและลักเซอรี่: มุ่งเน้นกลุ่มที่มีดีมานด์ซื้อแท้จริง ซึ่งมีความสามารถในการจับจ่ายในระดับราคาสูง
ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ: การบริหารจัดการต้นทุนและขนาดของโครงการให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดเป็นสิ่งจำเป็น
บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นหัวใจหลัก: การรักษาสภาพคล่องทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการประคับประคองธุรกิจในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน
ติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น: ความสามารถในการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายและสภาวะตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการ ลงทุนคอนโดกรุงเทพ หรือต้องการ ซื้อคอนโดกรุงเทพ ในสภาวะตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่านนี้ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน การเข้าใจถึงเทรนด์กำลังซื้อ และการเลือกสรรโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดระดับบน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ
หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่มองเห็นโอกาสในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2569 และต้องการคำปรึกษาเชิงลึก หรือกำลังมองหา คอนโดกรุงเทพ ที่ตอบโจทย์การลงทุนและไลฟ์สไตล์ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับข้อมูลและแนวทางที่เหมาะสมกับท่านที่สุด.