• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0502013 องสาวท กทน หร อพรสวรรค จะทนได #ตอนสอง part2

admin79 by admin79
February 4, 2026
in Uncategorized
0
D0502013 องสาวท กทน หร อพรสวรรค จะทนได #ตอนสอง part2
ผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งปีแรก 2568: สัญญาณเตือนภาคเศรษฐกิจ ภาพรวมตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมกับความท้าทายที่ต้องเผชิญ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา ตัวเลขจากงบการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 40 แห่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างชัดเจน รายได้รวมของกลุ่มบริษัทเหล่านี้ลดลงถึง 15.21% และกำไรสุทธิทรุดตัวลงถึง 37.17% โดยมีถึง 18 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางบัญชี แต่เป็นกระจกเงาสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม ที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนและความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ ความกลัวหนี้: ปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ หัวใจสำคัญที่ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด คือ “ความกลัวหนี้” ของผู้บริโภคชาวไทย พฤติกรรมนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายประการ ประการแรกคือ สภาวะเศรษฐกิจที่รายได้เติบโตช้ากว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการที่หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ประชาชนจำนวนมากมีความระมัดระวังในการก่อภาระหนี้สินใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้ก้อนใหญ่ เช่น การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต (ปัจจัย 4) ประการที่สอง คืออัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับสูง ซึ่งทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นไปอีก ส่งผลให้ความฝันในการมีบ้านของประชาชนถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เมื่อกำลังซื้ออ่อนแอ โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ก็ขายได้ยากขึ้น ส่งผลให้สินค้าคงคลัง (inventory) ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและที่อยู่ระหว่างการพัฒนา มีมูลค่ารวมสูงถึง 725,404.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89% ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) ในตลาด ผลประกอบการ 40 บริษัทอสังหาริมทรัพย์: บทสรุปครึ่งปีแรก 2568 จากข้อมูลของ LWS Wisdom บริษัทวิจัยในเครือ แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พบว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน) ภาพรวมผลประกอบการของ 40 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นดังนี้: รายได้รวม: 131,217.08 ล้านบาท ลดลง 15.21% กำไรสุทธิรวม: 8,369.92 ล้านบาท ลดลง 37.17%
จำนวนบริษัทที่ขาดทุน: 18 บริษัท 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทำรายได้สูงสุด (ครึ่งปีแรก 2568) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน): 17,786.61 ล้านบาท (ลดลง 0.33%) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): 15,677.66 ล้านบาท (ลดลง 19.44%) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 12,107.57 ล้านบาท (ลดลง 17.77%) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน): 10,667.34 ล้านบาท (ลดลง 16.70%) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 10,336.18 ล้านบาท (ลดลง 0.77%) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): 7,891.04 ล้านบาท (ลดลง 8.77%) บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน): 6,947.38 ล้านบาท (ลดลง 12.18%) บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน): 6,944.37 ล้านบาท (ลดลง 29.59%) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน): 4,998.72 ล้านบาท (ลดลง 24.83%) บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน): 3,773.78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 111.52%) 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทำกำไรสูงสุด (ครึ่งปีแรก 2568) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 2,212.48 ล้านบาท บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน): 2,028.11 ล้านบาท บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน): 1,870.04 ล้านบาท บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน): 1,509.27 ล้านบาท บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 1,192.82 ล้านบาท บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): 736.36 ล้านบาท บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): 531.08 ล้านบาท บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน): 430.97 ล้านบาท บริษัท แอสเซท ไวส์ จำกัด (มหาชน): 399.89 ล้านบาท บริษัท จี แลนด์ จำกัด (มหาชน): 230.97 ล้านบาท ความท้าทายของตลาดที่อยู่อาศัย: สต็อกสะสมและกำลังซื้อที่อ่อนแอ นอกเหนือจากภาพรวมผลประกอบการที่น่าเป็นห่วง สภาวะตลาดที่อยู่อาศัยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เปิดขายออกสู่ตลาดกลับพบกับยอดขายที่ซบเซา ทำให้สินค้าคงค้าง (inventory) บวกกับสินค้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา มีมูลค่ารวมกันสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าปริมาณอุปทานในตลาดมีมากกว่าความต้องการซื้อที่แท้จริงในขณะนี้ มุมมองจากผู้บริหาร: การปรับตัวเพื่อประคองธุรกิจและรอคอยการฟื้นตัว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ถึง 4 ของปี 2568 และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวในระยะต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ ก่อนที่จะสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง อสังหาริมทรัพย์: เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยที่กำลังส่งสัญญาณเตือน ภาคอสังหาริมทรัพย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8-10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และยังเชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งแรงงานก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ภาคการเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งภายใน การชะลอตัวของรายได้และกำไรของผู้ประกอบการ พร้อมไปกับการเพิ่มขึ้นของสต็อกคงค้าง จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงภาวะ “ความไม่มั่นใจ” ของผู้บริโภค ที่กำลังหลีกเลี่ยงการก่อหนี้สินในเวลานี้ อนาคตตลาดอสังหาริมทรัพย์: ความหวังและความท้าทายในปี 2568 และปีถัดไป แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด หากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันใกล้ การชะลอตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ อาจจะส่งผลกระทบที่กว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวมให้เข้าสู่ภาวะที่ยากลำบากมากขึ้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ นอกเหนือจากเรื่อง “ความกลัวหนี้” และ “ดอกเบี้ยสูง” แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่: กำลังซื้อที่แท้จริง (Effective Demand): การเติบโตของรายได้ในกลุ่มประชากรหลักที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ อัตราการจ้างงานที่อาจยังไม่แน่นอน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการออมและกำลังซื้อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลง นโยบายภาครัฐ: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ จะมีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและส่งเสริมกำลังซื้อ ตลอดจนการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินที่อาจเป็นภาระต่อผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ผู้บริโภคยุคใหม่มีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) การเดินทางที่สะดวก และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย กลายเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Risks): ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก ล้วนส่งผลกระทบต่อการลงทุนและกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การแข่งขันในตลาด: แม้ตลาดจะชะลอตัว แต่การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการยังคงมีอยู่สูง การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด (demand-driven development) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความแตกต่าง โอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์: การมองหาช่องว่างในสภาวะตลาดที่ท้าทาย สำหรับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้ในสภาวะที่ท้าทายเช่นนี้ ก็ยังมีช่องว่างให้ค้นหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่า (Rental Yield Properties): ในภาวะที่การซื้อเพื่ออยู่อาศัยอาจชะลอตัว แต่ความต้องการเช่าที่พักอาศัยยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลที่มีความต้องการสูง เช่น ใกล้แหล่งงาน ใกล้สถานศึกษา หรือใจกลางเมือง อสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้สูงอายุ (Senior Living): ด้วยสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัว ความต้องการที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและการดูแล จะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง อสังหาริมทรัพย์ในทำเลศักยภาพที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การลงทุนในพื้นที่ที่มีแนวโน้มการเติบโตจากโครงการภาครัฐ เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าในระยะยาว อสังหาริมทรัพย์ที่เน้นความคุ้มค่าและฟังก์ชันการใช้งาน: ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า การออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และราคาที่สมเหตุสมผล บทสรุปและก้าวต่อไป ผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีแรก 2568 ได้ส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากความกังวลเรื่องภาระหนี้สิน กำลังซื้อที่อ่อนแอ และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน แม้ผู้ประกอบการจะพยายามปรับกลยุทธ์เพื่อประคองธุรกิจ แต่การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอาจต้องรอปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ ประกอบด้วย ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการนี้มากว่า 10 ปี ผมเชื่อว่า การทำความเข้าใจถึงพลวัตของตลาดอย่างลึกซึ้ง การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาธุรกิจและเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
หากท่านเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน หรือผู้ที่กำลังวางแผนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ในการคว้าโอกาสท่ามกลางความท้าทาย และวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย.
Previous Post

D0502012 สน หา อนกล ตอนจบ part2

Next Post

D0502014 องสาวท กทน หร อพรสวรรค จะทนได #ตอนแรก part2

Next Post

D0502014 องสาวท กทน หร อพรสวรรค จะทนได #ตอนแรก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D2503198_แม เป นกะหร หน งส นไทแบนด EP85_part2 | Delila Fee
  • D2503199_กร องเนรค หน งส นไทแบนด EP84_part2 | Delila Fee
  • D2503197_หลานเนรค หน งส นไทแบนด EP91_part2 | Delila Fee
  • D2503196_กฉ นเป นคนด หน งส นไทแบนด EP86_part2 | Delila Fee
  • D2503195_มเมทไม เกรงใจ EP89_part2 | Delila Fee

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.