• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1201075 ในกล มเพ อนก แกน แหล กระจอก สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
D1201075 ในกล มเพ อนก แกน แหล กระจอก สามโคกฟ part2

การปรับสมดุลตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปี 2569

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ขึ้นลงมานับไม่ถ้วน ทว่าปี 2568 และแนวโน้มที่กำลังจะมาถึงในปี 2569 นี้ กลับมีมิติของความท้าทายที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การมองเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคสามารถปรับตัวและวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ-ปริมณฑล: ยอดขายหดตัวสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมอาคารชุดไทย ชี้ให้เห็นภาพที่น่าเป็นห่วงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่คาดว่ายอดขายในปี 2568 จะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาทในปี 2561 ปัจจุบันคาดการณ์ว่าจะเหลือเพียงประมาณ 2.62 แสนล้านบาท นี่คือการหดตัวเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

สถานการณ์นี้ถือเป็นสถิติยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะซบเซาที่อาจยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้

แนวโน้มปี 2569: การทรงตัวในสภาวะ “ใหม่” และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดการณ์ว่ายอดขายจะยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวที่ระดับ 2.6-3 แสนล้านบาท และอาจต่อเนื่องไปอีกหลายปี ตราบใดที่ยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนที่จะเข้ามาขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ การจะเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง จำเป็นต้องรอให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโตได้ในระดับ 5% เสียก่อน

คำนิยามสำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา คือ “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ที่ทุกปัจจัยลบประดังเข้ามาพร้อมกัน แต่สำหรับปี 2569 นั้น ผมมองว่าเป็น “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่ ความซับซ้อน และปัญหาเชิงโครงสร้าง” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) ซึ่งแต่ละคำมีความหมายที่เจาะลึกดังนี้:

New Balance (สมดุลใหม่): สะท้อนถึงการลดลงของยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วทั้งตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและตลาดระดับประเทศ สัญญาณ GDP เติบโตในอัตราต่ำเพียง 1-2% กำลังซื้อที่หดตัวทั้งในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ซึ่งหันไปพึ่งพาการเช่าหรือตลาดบ้านมือสองมากขึ้น ประกอบกับการขาดโครงสร้างสนับสนุนที่เพียงพอจากภาครัฐ

Complexity (ความซับซ้อน): ธุรกิจที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนของตลาดเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลาย ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ไปจนถึงรูปแบบการถือครองที่มีทั้งการซื้อกรรมสิทธิ์และการเช่าระยะยาว 30-60 ปี ราคาของอสังหาริมทรัพย์ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่คอนโดมิเนียมต่ำล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดระดับ 500-1,000 ล้านบาท ที่สำคัญคือ ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่ธนาคารมีความเข้มงวดสูง ทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านอาจสูงถึง 50-70% รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่

Structural Problem (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่เพียงพอในการรองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ รวมถึงโครงสร้างที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีกำลังซื้อที่ถดถอยลงจนไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้

การอนุมัติสินเชื่อ: ปัญหาที่ลุกลามจากฐานรากสู่ระดับบน

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดรายประเภทของอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่า ทาวน์เฮาส์กำลังเริ่มเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมน้อยลงในตลาดปัจจุบัน ในขณะที่บ้านเดี่ยวยังคงไปได้ดี แต่ก็เริ่มเผชิญกับแรงเสียดทานจากกำลังซื้อของชาวต่างชาติที่ลดลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศของประเทศต้นทาง การปราบปรามทุนผิดกฎหมาย และการใช้ตัวแทนนอมินี หากไม่มีการนำเสนอสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีเข้ามาสนับสนุน คาดว่ายอดขายบ้านเดี่ยวจะยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ลูกค้าชาวต่างชาติจำนวนมากเริ่มหันมาใช้วิธีการเช่า แทนการซื้อ โดยยอมจ่ายค่าเช่ารายเดือนในระดับสูงถึง 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมมูลค่า 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐของไทย การเลือกที่จะเช่ารายเดือนจึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยกว่าการเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ซึ่งย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อในตลาด

ในส่วนของระดับราคา กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเคยติดลบถึง -52% ในปีที่ผ่านมา คาดว่าจะยิ่งมีสัดส่วนที่น้อยลงไปอีกในปีนี้ เนื่องจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการซื้อจะยังมีอยู่ เนื่องจากโครงสร้างประชากรไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่การเข้าถึงสินเชื่อเป็นอุปสรรคสำคัญ ยิ่งประกอบกับ GDP ที่เติบโตเพียง 1-2% ก็ไม่มีแรงขับเคลื่อนที่เพียงพอต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการก่อหนี้ระยะยาว

นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ก็เริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก ยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มชะลอตัวลง จากเดิมที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจมักจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่ห้องชุดระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป จะพบว่ามีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของตลาดบ้านมือสอง แม้จะดูเหมือนมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่าตลาดบ้านมือสองไม่ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับตลาดบ้านใหม่ เนื่องจากขนาดตลาดโดยรวมที่เล็กลงจากการที่ผู้บริโภคขาดกำลังซื้อ

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ: โรดแมป 8+3 เพื่อการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์

เพื่อเป็นการประคับประคองและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ ผมได้นำเสนอข้อเสนอแนะต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้งในโมเดล “8+3” โดยแบ่งเป็นมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน ที่ควรเริ่มดำเนินการทันที และมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน เพื่อหวังผลในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

การปรับปรุงมาตรการ LTV (Loan to Value): ปรับปรุงมาตรการ LTV ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่าและจัดตั้งกองทุน: เสนอให้ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมทั้งให้ภาครัฐมีการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย เพื่อนำรายได้ไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยเน้นการสร้างโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาคารชุดและบ้านจัดสรร เพื่อกำกับดูแลการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ โดยหลักการสำคัญคือ การบริหารจัดการนิติบุคคลที่ต้องมีเสียงส่วนใหญ่ไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติสามารถควบคุมกฎระเบียบและการบริหารนิติบุคคลได้
การสนับสนุน Mortgage Insurance: ภาครัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับกลางถึงล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ กล่าวคือ ผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า และผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูง คิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้กู้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น แทนที่จะถูกปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): เสนอมาตรการรวมหนี้สินจากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบของประชาชน
การส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่: สนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Mega Projects) ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์ดูแลสุขภาพ (Healthcare Center) ศูนย์การศึกษา (Education Hub) สวนสนุกขนาดใหญ่ สวนสนุกระดับนานาชาติ ศูนย์ประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยย้ำว่าไม่มีนโยบายนำเข้ากาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มและภาษีลาภลอย: เร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่สิ้นสุดโครงการในเวลาที่กำหนด และเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน สำหรับปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ต่ออายุมาตรการ LTV ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียม: เสนอให้ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยขยายเพดานจากเดิมที่จำกัดไว้ไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ทุกระดับราคา
การกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ย: กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับลูกค้ารายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ

แม้ว่าคณะกรรมการ กนง. จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่ปรากฏว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าเพียง 5-10 สตางค์เท่านั้น ซึ่งอาจเป็นคำอธิบายว่าเหตุใดหุ้นกลุ่มธนาคารจึงสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั่วประเทศ

การบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ในปีม้าไฟ (ปี 2569) ยังคงเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ การปรับตัวต้องมุ่งเน้นการบริหารจัดการ 2 ส่วนหลักอย่างแม่นยำ ได้แก่ ด้านการเงิน (Financial Side) และด้านการตลาด/การขาย (Commercial Side)

ในด้านการเงิน กฎเหล็กสำคัญที่สุดคือ การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ซึ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการตั้งการ์ดสูงและใช้ความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังคงไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงถดถอย

ในส่วนของการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อในตลาดซึ่งยังมีอยู่อย่างจำกัด ถือเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตในยุคเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองนี้

การเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านี้ ต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้งถึงพลวัตของตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่เฉียบคม หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่กำลังวางแผนการลงทุน หรือมองหาที่อยู่อาศัยในภาวะตลาดเช่นนี้ การศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างอนาคตที่มั่นคงในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย.

Previous Post

D1201074 โอมากาเสะคนจน สามโคกฟ part2

Next Post

D1201076 เอาเศษอาหารเหล อท งไปให คนงานก สามโคกฟ part2

Next Post
D1201076 เอาเศษอาหารเหล อท งไปให คนงานก สามโคกฟ part2

D1201076 เอาเศษอาหารเหล อท งไปให คนงานก สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D2503198_แม เป นกะหร หน งส นไทแบนด EP85_part2 | Delila Fee
  • D2503199_กร องเนรค หน งส นไทแบนด EP84_part2 | Delila Fee
  • D2503197_หลานเนรค หน งส นไทแบนด EP91_part2 | Delila Fee
  • D2503196_กฉ นเป นคนด หน งส นไทแบนด EP86_part2 | Delila Fee
  • D2503195_มเมทไม เกรงใจ EP89_part2 | Delila Fee

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.