• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1803038 กแม ดห วใจ วนเม ยให เป นคนใช ละก (หน งส part2 | Eshak Group Sales Department – ادارة المبيعات

admin79 by admin79
March 18, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
การวิเคราะห์เจาะลึก: สภาพการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566 และบทสรุปของผู้แข็งแกร่ง ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ การมองย้อนกลับไปยังภาพรวมตลาดในปี 2566 ถือเป็นบทเรียนอันทรงคุ
ณค่า ที่สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนและความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวในปี 2565 ทว่าโมเมนตัมดังกล่าวกลับไม่สามารถคงอยู่ได้ โดยตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และยืดเยื้อยาวนานจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาที่เคยถูกมองว่าเป็น “ไฮซีซั่น” ในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง ส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ที่ยังคงไม่เห็นแนวโน้มที่สดใสขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อไขปริศนาเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ Property Mentor ได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง ประจำปี 2566 เพื่อประเมินศักยภาพในการรับมือกับสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย และเพื่อค้นหา “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในสมรภูมิแห่งนี้ ภาพรวมรายได้รวม: ตัวเลขที่ลดลง สัญญาณแห่งความท้าทาย ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยราว 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมสูงถึง 376,141 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในระดับรายบริษัท จะพบว่าสถานการณ์ยิ่งน่ากังวลยิ่งขึ้น เมื่อมีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มบริษัทที่เผชิญกับการถดถอยของรายได้ในระดับ 20% ขึ้นไป ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่ติดลบถึงราว -28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ยังมี Raimon Land (RML) ที่รายได้ลดลง -26%, Lalin Property (LALIN) -23%, Major Development (MJD) -22%, และ Siamese Asset (SA) -21% แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ก็ยังไม่สามารถหลีกพ้นภาวะรายได้รวมติดลบ โดยมีตัวเลขลดลงถึง -18% ที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 นี้ มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงราว -4% แสนสิริ ผงาดผู้นำรายได้รวมปี 2566 ท่ามกลางแรงกดดัน ในสมรภูมิรายได้รวม แสนสิริ (SIRI) สามารถเบียดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 12% ตามมาอย่างสูสีในอันดับที่ 2 คือ AP (Thailand) ด้วยรายได้รวม 38,399 ล้านบาท และอันดับ 3 คือ Supalai ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดประจำปี 2566 มีดังนี้: แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (+12%) เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท (-0.9%)
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท (-10%) แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท (-18%) พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท (-9%) เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท (ไม่เปิดเผยข้อมูลการเติบโต) ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท (ไม่เปิดเผยข้อมูลการเติบโต) เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท (ไม่เปิดเผยข้อมูลการเติบโต) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท (-4%) สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท (ไม่เปิดเผยข้อมูลการเติบโต) รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม การวัดผลประกอบการที่แท้จริงนั้น จำเป็นต้องพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากในกลุ่มบริษัทที่มีรายได้รวมสูง อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม แต่รายได้จากการขายคือหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อประเมินเฉพาะรายได้จากการขาย บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายสูงถึง 299,979 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า สถานการณ์รายได้จากการขายที่น่าตกใจพบได้ในหลายบริษัท เช่น Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) ลดลงเกือบ -40%, และ Land and Houses (LH) ลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ผู้นำอันดับต้นๆ ก็ยังคงมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทใหญ่เท่านั้น เพราะในกลุ่ม 10 บริษัทที่ทำรายได้จากการขายสูงสุด กลับมีถึง 8 บริษัทที่ประสบปัญหาดังกล่าว AP (Thailand) ยึดอันดับ 1 รายได้จากการขาย ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ในส่วนของรายได้จากการขาย AP (Thailand) (AP) ได้ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยรายได้รวม 36,927 ล้านบาท สามารถแซงหน้า แสนสิริ (SIRI) ที่เข้ามาเป็นอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขาย 32,829 ล้านบาท ซึ่งแสนสิริถือเป็นหนึ่งในสองบริษัทที่สามารถรักษาระดับการเติบโตของรายได้จากการขายไว้ได้ โดยมีอัตราการเติบโต 7% Supalai (SPALI) ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ในอันดับ 3 ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท ตามมาด้วย SC Asset (SC) ที่ก้าวขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่มีการเติบโตในแดนบวกถึง 13% Pruksa Holding (PPH) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขาย 22,357 ล้านบาท สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุดประจำปี 2566 มีดังนี้: เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (+7%) ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (+13%) พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (-24%) ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท (ไม่เปิดเผยข้อมูลการเติบโต)
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท (ไม่เปิดเผยข้อมูลการเติบโต) นอกจากนี้ บริษัท Central Pattana (CPN) ซึ่งได้เร่งพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มเห็นผลจากการลงทุน โดยในปี 2566 สามารถสร้างรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท กำไรสุทธิ: บทสรุปสุดท้ายของผู้ชนะที่แท้จริง แม้จะมีการขายได้มากเพียงใด แต่หากผลกำไรที่เข้ากระเป๋าเหลือน้อย ก็ย่อมไม่อาจถือว่าเป็นผู้ชนะที่สมบูรณ์ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมราว 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางรายขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า Land and Houses ผงาดผู้นำกำไรสุทธิ ท่ามกลางความท้าทาย Land and Houses (LH) ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านกำไรสุทธิในปี 2566 ด้วยตัวเลข 7,495 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ LH มีกำไรสูงคือ การขายโรงแรม 2 แห่งให้กับกองทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท หากไม่นับปัจจัยดังกล่าว Supalai (SPALI) ซึ่งมีกำไร 6,083 ล้านบาท จะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทน AP (Thailand) (AP) เข้ามาในอันดับ 3 ด้วยกำไร 6,054 ล้านบาท ตามมาด้วยแสนสิริ (SIRI) ในอันดับ 4 ที่มีกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท และเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 42% Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้กำไรจะลดลง -25% จากปีก่อนหน้า สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถทำกำไรสุทธิสูงสุดประจำปี 2566 มีดังนี้: แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (+42%) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (-25%) เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท) บทสรุปและทิศทางในปี 2567 ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมการดำเนินงานของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดัน การแข่งขันที่รุนแรงและการชะลอตัวของตลาด ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด สำหรับปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการในแวดวง อสังหาริมทรัพย์ไทย ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และการสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงิน จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจเจาะลึกกลยุทธ์ของผู้ชนะในตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ หรือกำลังมองหา โครงการบ้านใหม่ ที่น่าลงทุนในทำเลศักยภาพ หรือต้องการที่ปรึกษาด้าน การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อวางแผนอนาคตทางการเงินของคุณอย่างมั่นคง โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ.
Previous Post

D1803037 หน เกล ยดแม แม ทำให หน เก ดมาทำไม (หน งส น) part2 | Eshak Group Sales Department – ادارة المبيعات

Next Post

D1803039 วยเต ยวเร อโลงศW (หน งส น) BSC Films part2 | Eshak Group Sales Department – ادارة المبيعات

Next Post

D1803039 วยเต ยวเร อโลงศW (หน งส น) BSC Films part2 | Eshak Group Sales Department - ادارة المبيعات

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0304150_พาผ หญ งมาน วเน ยในบ าน เม ยไม าอะไรเหรอ_part2 | Delila Fee
  • D0304149_อถ อลวงโลก_part2 | Delila Fee
  • D0304148_ชายห เบา นน าเศร าใจ_part2 | Delila Fee
  • D0304147_เม ยนะ ไม ใช วเง นต วทอง_part2 | Delila Fee
  • D0304146_คนรวยเหล อขอ!_part2 | Delila Fee

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.