• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0801093 เฟ อนแบบแอร โชคด ไปท งช part2

admin79 by admin79
January 10, 2026
in Uncategorized
0
D0801093 เฟ อนแบบแอร โชคด ไปท งช part2

ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ 2569: เมื่อกำลังซื้อระดับสูงกำหนดทิศทางอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครมาโดยตลอด แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิเคราะห์ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2568 และแนวโน้มในปี 2569 จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ

ภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2568: สถิติที่บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว

หากย้อนกลับไปดูสถิติการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2568 พบว่ามีจำนวนโครงการใหม่เพียง 40 โครงการ คิดเป็น 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นระดับอุปทานต่ำสุดในรอบ 17 ปี การลดลงถึง 21.84% เมื่อเทียบกับปี 2567 และมูลค่ารวมที่ลดลงถึง 38.53% เหลือเพียง 70,368 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงภาวะตลาดที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างชัดเจน

กลุ่มผู้พัฒนาหลักยังคงเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 83.71% ของจำนวนยูนิต และ 90.91% ของมูลค่าโครงการ ขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบทบาทที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

หากมองย้อนไป 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ มีการเปิดตัวเฉลี่ยปีละกว่า 34,700 หน่วย ซึ่งหมายความว่าจำนวนยูนิตใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 นั้น ลดลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในระยะยาว นี่คือสัญญาณที่บ่งชี้ชัดเจนถึงภาวะ “Low Supply Cycle” ที่กำลังส่งผลต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

แนวโน้มตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569: การปรับสมดุลและการเน้นตลาดระดับบน

สำหรับทิศทางตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ในปี 2569 แนวโน้มยังคงชี้ไปในทิศทางของการทรงตัว โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณ 15,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องอีก 12.33% มูลค่ารวมคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเน้นการลดจำนวนโครงการ เลื่อนการเปิดตัวออกไป และเลือกเฟ้นทำเลที่มีศักยภาพชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวรถไฟฟ้า และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะเห็นการลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ชลบุรี (EEC) และภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในปี 2569 คือการแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่มเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลทองที่หาได้ยาก เช่น สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อชิงกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้า High Net Worth (HNW) และ Ultra High Net Worth (UHNW) ที่มีอำนาจซื้อสูงอย่างแท้จริง

เราจะได้เห็นการกำหนดราคาขาย “คอนโดหรูใจกลางเมือง” ในระดับ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่เป็น “Rare Item” มียูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเล Prime CBD ที่เป็นที่ต้องการอย่างสูง

“ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์”: กำลังซื้อระดับสูงกำหนดทิศทางอสังหาริมทรัพย์

คำกล่าวที่ว่า “ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์” นั้นสะท้อนถึงความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 กำลังซื้อจากกลุ่ม HNW และ UHNW จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดคอนโดกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในกลุ่มระดับบนและลักเซอรี่ ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จึงมุ่งเน้นไปที่การเข้าใจและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าดังกล่าว ดังนี้:

โอกาสคอนโดหรูใจกลางเมือง: การที่อุปทานใหม่ในทำเลซูเปอร์ไพรมมีจำกัด ทำให้ผู้ที่มีที่ดินเดิม หรือสามารถจัดหาที่ดินศักยภาพสูงได้ จะมีโอกาสในการพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิป ที่สามารถสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ในระยะยาวได้

กำลังซื้อกลุ่ม HNW และ UHNW: กลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง และมองหา “สินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า” (Asset Preservation) พวกเขามีความพร้อมที่จะจ่ายเงินสำหรับคอนโดมิเนียมที่มีราคาตั้งแต่ 8 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร หากโครงการนั้นๆ ตอบโจทย์ในด้านทำเล คุณภาพการออกแบบ และบริการ

สร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องใน CBD ประกอบกับการพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในการสร้าง “ราคาประเมินใหม่” (New Price Benchmark) สำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะโครงการที่เป็น Rare Item, Low Density (จำนวนยูนิตน้อยต่อพื้นที่) และ Branded Residence (โครงการที่ร่วมกับแบรนด์โรงแรมหรือไลฟ์สไตล์ระดับโลก)

การแข่งขันด้านคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ: ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของการออกแบบ, บริการหลังการขาย, และประสบการณ์การอยู่อาศัย (Living Experience) เพื่อลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาที่อาจเกิดขึ้นในบางเซ็กเมนต์

โอกาสจากตลาดเช่า: ความต้องการเช่าในเมืองจากลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และกลุ่ม Expats ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน (Investment-Grade Property) จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลใกล้ CBD กับแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีดีมานด์เช่าที่แข็งแกร่ง

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและปัจจัยภายนอก

แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกที่ชัดเจนในกลุ่มตลาดบน แต่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายประการในปี 2569:

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางถึงล่างยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับอุปทานในตลาดโดยรวม

ภาคการเงินที่เข้มงวด: การพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังคงมีความเข้มงวด ส่งผลให้ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ซึ่งกระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ

ต้นทุนการพัฒนาที่สูง: ราคาที่ดินในใจกลางเมืองยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง กดดันอัตรากำไรของโครงการ

ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง อาจส่งผลต่อความไม่ชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจในระยะสั้น ผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่มอาจชะลอการตัดสินใจลงทุน จนกว่าจะมีทิศทางนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่อ

การบริหารจังหวะการเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้พลาดโอกาสในทำเลหายาก หรือเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว การบริหาร “Timing” จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด

กลยุทธ์เชิงรุกสำหรับผู้ประกอบการคอนโดกรุงเทพฯ

จากแนวโน้มและปัจจัยท้าทายข้างต้น ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 มีดังนี้:

เลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: การลงทุนควรเน้นเฉพาะโครงการที่มีทำเลศักยภาพสูงและมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน สอดคล้องกับกำลังซื้อที่มีอยู่จริง

เจาะตลาดบนและลักเซอรี่: ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีดีมานด์ซื้อแท้จริง และมีความสามารถในการจับจ่ายในตลาดระดับบนและลักเซอรี่

ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: บริหารจัดการขนาดของโครงการ และอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความคล่องตัว

บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด: การบริหารจัดการสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในสภาวะตลาดเช่นนี้

ติดตามนโยบายรัฐบาลและปรับกลยุทธ์: การติดตามความเคลื่อนไหวและนโยบายของรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น จะช่วยให้สามารถคว้าโอกาสและรับมือกับความท้าทายได้อย่างทันท่วงที

ในปี 2569 ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ ที่กำลังซื้อระดับสูงจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง การเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ การสร้างสรรค์โครงการที่มีคุณค่าและตอบโจทย์อย่างแท้จริง รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย

หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดคอนโดกรุงเทพฯ การทำความเข้าใจในเทรนด์ปี 2569 นี้ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ คุณพร้อมที่จะก้าวสู่โอกาสใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยแล้วหรือยัง?

Previous Post

D0801092 สล บร างตามหาร กแท #ตอนสอง part2

Next Post

D0801094 อกเก อบห กด นไปร กแมงดา part2

Next Post
D0801094 อกเก อบห กด นไปร กแมงดา part2

D0801094 อกเก อบห กด นไปร กแมงดา part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0801132 โลภมาก บผมกรรมไปตามระเบ ยบ part2
  • D0801133 เห นฉ นเป นใคร วแทนของใครหร อเปล part2
  • D0801131 อยากแค ลองใจ แต ไหงได แฟนใหม part2
  • D0801134 นกลายเป นน อย แต องคล อยตามเกม part2
  • D0801135 ความช วยเหล คร งส ดท าย part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.