• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0801066 นป ายเส อเพ อหว งของฟร part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
D0801066 นป ายเส อเพ อหว งของฟร part2

ศักราชใหม่ 2569: ถอดรหัสตลาดคอนโดกรุงเทพฯ – เมื่ออำนาจซื้อของมหาเศรษฐีคือพระเอก

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองพลวัตของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อย่างเข้าสู่ปี 2569 นี้ ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียดจากทีมงาน Colliers ประเทศไทย ยิ่งฉายภาพความท้าทายและโอกาสที่กำลังจะมาถึง ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นปีแห่งการปรับสมดุลและเปิดประตูสู่กลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ภาพรวมปี 2568: สัญญาณเตือนแห่งภาวะอุปทานต่ำสุดในรอบ 17 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ เผชิญกับปรากฏการณ์ “Low Supply Cycle” อย่างชัดเจน โดยจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวมีเพียง 40 โครงการ คิดเป็น 17,110 ยูนิตเท่านั้น ถือเป็นการหดตัวถึง -21.84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 70,368 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) การหดตัวนี้สะท้อนถึงการชะลอตัวของการพัฒนาโครงการใหม่ โดยผู้พัฒนาหลักที่เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเปิดตัวโครงการคิดเป็น 83.71% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด

หากมองในภาพระยะยาว 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนคอนโดมิเนียมใหม่เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ราว 34,700 ยูนิต ดังนั้น ตัวเลขของปี 2568 จึงเท่ากับว่าตลาดคอนโดกรุงเทพฯ หดตัวลงถึงครึ่งหนึ่ง นี่ไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้น

คาดการณ์ปี 2569: การทรงตัวของซัพพลาย และการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดบน

สำหรับปี 2569 แนวโน้มยังคงชี้ไปที่การทรงตัวของซัพพลายใหม่ โดยคาดการณ์ว่าจะเปิดตัวเพียงประมาณ 15,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องอีก -12.33% มูลค่ารวมอาจแตะระดับ 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์ของผู้พัฒนาจะเน้นการปรับลดจำนวนโครงการ การเลื่อนการเปิดตัวออกไป และการเฟ้นหาทำเลที่มีศักยภาพชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มการกระจายการลงทุนไปยังเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เช่น พื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ยังไม่เอื้อต่อการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมาก เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงชะลอตัว ปี 2569 นี้ ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ จะเข้าสู่ช่วงของการ “ปรับสมดุล” อย่างค่อยเป็นค่อยไป การฟื้นตัวอาจไม่ก้าวกระโดด แต่จะเป็นการประคองตัวที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น โดยมีสัญญาณบวกเชิงโครงสร้างบางประการที่เริ่มปรากฏให้เห็น

สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในเซ็กเมนต์ระดับ “ไฮเอนด์” และ “ลักเซอรี่” ในทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการใหม่จะมีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลหายาก อาทิ สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม “High Net Worth” (HNW) และ “Ultra High Net Worth” (UHNW) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง

เราอาจจะได้เห็น “New Price Benchmark” ในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในโครงการ “Rare Item” ที่มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD โดยราคาขายอาจแตะระดับ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร นี่คือช่วงเวลาที่ “มหาเศรษฐี” หรือกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง จะได้แสดงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด

โอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนา: เจาะลึกกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมมองว่ามี 5 โอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ:

คอนโดหรูใจกลางเมือง: ซัพพลายใหม่ในทำเล “ซูเปอร์ไพรม์” มีจำกัด โครงการระดับ “แฟลกชิป” ที่พัฒนาขึ้นจากแลนด์แบงก์เก่าที่มีศักยภาพสูง หรือการหาแลนด์แบงก์ใหม่ที่มีทำเลที่โดดเด่น จะสามารถสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์
ตอบโจทย์กำลังซื้อ HNW/UHNW: กลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า พวกเขามีความพร้อมที่จะจับจ่ายในราคา 8 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สำหรับคอนโดมิเนียมที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ
สร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินและการพัฒนาในย่าน CBD ที่สูง เป็นปัจจัยสนับสนุนการตั้งราคาสูง ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้ดี ได้แก่ โครงการ “Rare Item”, “Low Density” (จำนวนยูนิตน้อยต่อพื้นที่) และ “Branded Residence” (โครงการที่ร่วมกับแบรนด์หรู)
การแข่งขันด้านคุณภาพ: แทนที่จะแข่งขันกันที่ปริมาณ ผู้พัฒนาควรเน้นที่ “คุณภาพ” ของการออกแบบ, “บริการหลังการขาย” ที่ยอดเยี่ยม และ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” ที่เหนือระดับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดเช่าในเมือง: กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ, ผู้บริหารระดับสูง และ “Expats” ยังคงมีความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยในทำเลเมืองอย่างต่อเนื่อง โครงการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน (Rent-to-Buy, Serviced Residence) จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ ทำเลใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลัก ยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

นอกจากโอกาสแล้ว ความท้าทายในปี 2569 นี้ ก็มีหลายประการที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ:

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางและล่างยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจะใช้เวลานานขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด
ภาคการเงินที่เข้มงวด: สถาบันการเงินยังคงพิจารณาสินเชื่ออย่างรัดกุม ทำให้ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ซึ่งจะกระทบต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์และกระแสเงินสดของโครงการ
ต้นทุนการพัฒนาที่ยังสูง: ราคาที่ดินในทำเล CBD ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรง ยังไม่ปรับลดลง ปัจจัยเหล่านี้จะกดดันอัตรากำไรของโครงการ
ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อและนักลงทุน โดยเฉพาะมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่อ
การบริหารจังหวะการเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลทองที่หายาก การบริหาร “Timing” จึงเป็นหัวใจสำคัญ

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในปี 2569: ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

จากประสบการณ์และความเข้าใจในตลาด ผมขอเสนอแนวทางกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในปี 2569 ดังนี้:

การคัดเลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมาย: มุ่งเน้นลงทุนในโครงการที่มีทำเลที่โดดเด่น และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เข้าใจกำลังซื้อและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง
เจาะตลาดบนและลักเซอรี่: เน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการของตลาดบนและลักเซอรี่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี “ดีมานด์ซื้อที่แท้จริง” (Genuine Demand) และมีความสามารถในการจ่ายสูง
การควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: บริหารจัดการขนาดของโครงการและอัตราการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัว
สภาพคล่องและกระแสเงินสดคือหัวใจ: การบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง
ติดตามนโยบายรัฐบาลอย่างใกล้ชิด: พร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้มีความยืดหยุ่นตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐบาล และการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างทันท่วงที

ปี 2569 นี้ อาจเป็นปีที่ท้าทาย แต่ก็เป็นปีแห่งโอกาสสำหรับผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มองเห็นเทรนด์ และพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็ว ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ กำลังจะพิสูจน์ให้เห็นว่า “กำลังซื้อที่แท้จริง” ของกลุ่มมหาเศรษฐี คือปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนตลาดไปข้างหน้า

หากคุณคือนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ นี่คือเวลาที่คุณควรศึกษาข้อมูลเชิงลึก วางแผนกลยุทธ์ และเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสที่กำลังจะมาถึง ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อร่วมกันสำรวจศักยภาพและกำหนดทิศทางการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569

Previous Post

D0801064 าย งร กต วเองไม ได อย าไปร กใครเลย part2

Next Post

D0801067 ความช วยเหล จากคนท แปลกหน part2

Next Post
D0801067 ความช วยเหล จากคนท แปลกหน part2

D0801067 ความช วยเหล จากคนท แปลกหน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0801132 โลภมาก บผมกรรมไปตามระเบ ยบ part2
  • D0801133 เห นฉ นเป นใคร วแทนของใครหร อเปล part2
  • D0801131 อยากแค ลองใจ แต ไหงได แฟนใหม part2
  • D0801134 นกลายเป นน อย แต องคล อยตามเกม part2
  • D0801135 ความช วยเหล คร งส ดท าย part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.