• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D0801038 บทเร ยนคร งย งใหญ part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
D0801038 บทเร ยนคร งย งใหญ part2

การประเมินสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2569: เมื่อศักยภาพผู้มั่งคั่งคือตัวขับเคลื่อนหลัก

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2569 ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้ฉายภาพที่น่าสนใจและท้าทายสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์

ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ: สถิติปี 2568 ที่สะท้อนการหดตัว

ปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป แสดงให้เห็นถึงการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ที่ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการเปิดตัวเพียง 40 โครงการ จำนวน 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี หรือที่เรียกว่า “Low Supply Cycle” การลดลงนี้คิดเป็น 21.84% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่งผลให้มูลค่ารวมของโครงการใหม่ลดลงเหลือ 70,368 ล้านบาท จากค่าเฉลี่ยที่เคยสูงถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการหดตัวถึง 38.53%

การหดตัวนี้ ส่วนใหญ่มาจากการชะลอตัวของการเปิดตัวโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่แม้จะยังคงเป็นผู้เล่นหลัก โดยคิดเป็น 83.71% ของยูนิตที่เปิดตัว (14,323 ยูนิต มูลค่า 63,947 ล้านบาท) แต่ก็ปรับลดจำนวนลงอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้พัฒนาที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสัดส่วนที่น้อยลงไปอีก (2,787 ยูนิต มูลค่า 6,416 ล้านบาท) หากพิจารณาจากค่าเฉลี่ยการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 34,700 ยูนิตต่อปี การเปิดตัวเพียง 17,110 ยูนิตในปี 2568 จึงบ่งชี้ว่าตลาดได้หดตัวลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง

แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2569: ทรงตัวพร้อมสัญญาณฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดการณ์ว่าจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่จะเปิดตัวจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ยูนิต หรือลดลงต่อเนื่องอีก 12.33% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์ของผู้พัฒนาหลักจะเน้นการปรับลดจำนวนโครงการและการเลื่อนการเปิดตัวออกไป เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างรอบคอบ

ในด้านทำเล จะเห็นการกระจุกตัวของโครงการใหม่ในกลุ่มขนาดกลางถึงเล็ก ที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแนวรถไฟฟ้าสายสำคัญ และย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะเห็นการลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยในเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) และ ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์

ผมมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จำนวนมาก เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในปี 2569 จะเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะเป็นการฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏขึ้นในเชิงโครงสร้าง ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการฟื้นตัวในระยะต่อไป

การแข่งขันในตลาดระดับบน: เมื่อเศรษฐีคือตัวขับเคลื่อนสำคัญ

แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว แต่ในเซ็กเมนต์ตลาดระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมือง กลับมีการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่ง ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” (Flagship Projects) ในทำเลทองที่หาได้ยาก อาทิ สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเปิดตัวโครงการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม High Net Worth (HNW) และ Ultra High Net Worth (UHNW) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยที่เหนือระดับ

เราอาจจะได้เห็น ราคาขายคอนโดมิเนียมระดับ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร เป็นปรากฏการณ์ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่เป็น “Rare Item” มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเล Prime CBD ที่มีศักยภาพสูง ราคาที่สูงลิ่วนี้สะท้อนถึงต้นทุนที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพระดับสากล

5 โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2569

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในตลาดมานาน ผมมองเห็นโอกาสที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและมองเห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของตลาด ดังนี้ครับ

โอกาสในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง: ด้วยจำนวนซัพพลายใหม่ในทำเล “ซูเปอร์ไพรม์” ที่มีจำกัด การพัฒนาโครงการระดับ “แฟลกชิป” (Flagship) ในทำเลเหล่านี้จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่มีที่ดินเก่าในมือ หรือสามารถจัดหาที่ดินศักยภาพสูงได้ การสร้างสรรค์โครงการที่โดดเด่นไม่เพียงแต่จะสร้างมูลค่าทางการเงิน แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว

ตอบสนองกำลังซื้อกลุ่ม HNW และ UHNW: กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงเหล่านี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่กำลังมองหา “สินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า” (Store of Value) พวกเขามีความพร้อมที่จะจ่ายในราคา 8 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สำหรับคอนโดมิเนียมที่มีคุณภาพสูงสุด การทำความเข้าใจถึงความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของพวกเขา ตั้งแต่การออกแบบ ฟังก์ชัน ไปจนถึงบริการหลังการขาย คือกุญแจสำคัญ

สร้าง “New Price Benchmark” ใหม่: ต้นทุนที่ดินใน CBD ที่สูงลิ่ว และต้นทุนการพัฒนาโครงการคุณภาพสูง ทำให้การตั้งราคาใหม่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การนำเสนอโครงการที่เป็น “Rare Item”, “Low Density”, หรือ “Branded Residence” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถสร้าง “Price Benchmark” ใหม่ในตลาดได้ การลงทุนในโครงการเหล่านี้ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

แข่งขันด้านคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ: ในยุคที่ซัพพลายใหม่มีจำกัด การแข่งขันจะเปลี่ยนจากการเพิ่มจำนวนโครงการ มาเป็นการยกระดับคุณภาพ การให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย, บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม, และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ จะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนให้กับแบรนด์

โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง: ตลาดเช่าในกรุงเทพฯ ยังคงมีความต้องการสูง โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ Expats ที่ทำงานในประเทศไทย โครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน (Investment Properties) จะช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ทำเลที่ตั้งใกล้ CBD และสถานีรถไฟฟ้าหลัก ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทาย 5 ประการในปี 2569 ที่ต้องเผชิญ

แม้จะมีโอกาส แต่ปี 2569 ก็ยังคงมีความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ:

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดระดับกลางถึงล่างยังคงเปราะบาง ทำให้การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด การมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงจึงเป็นกลยุทธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาคการเงินที่เข้มงวด: การพิจารณาสินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้ซื้อบางกลุ่มอาจประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์ และกระแสเงินสดของโครงการ ผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนการเงินให้รัดกุม

ต้นทุนการพัฒนาที่อยู่ในระดับสูง: ราคาที่ดินใจกลางเมืองยังคงทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของโครงการ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน

ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้น อาจส่งผลต่อความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจในระยะสั้น ผู้ประกอบการต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่ม

ความเสี่ยงจากการกำหนดจังหวะการเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไป อาจพลาดโอกาสในทำเลทองที่หายาก การบริหาร “Timing” ของการเปิดโครงการจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด

กลยุทธ์เชิงรุกจาก Colliers ประเทศไทย

จากสถานการณ์ที่กล่าวมา Colliers ประเทศไทย ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ ดังนี้:

เลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: การลงทุนควรเน้นเฉพาะโครงการที่มีศักยภาพในทำเลที่พิสูจน์แล้ว และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยง

มุ่งเน้นตลาดบนและลักเซอรี่: ตลาดเหล่านี้มี “ดีมานด์ซื้อแท้จริง” (Genuine Demand) ที่แข็งแกร่ง และมีความสามารถในการจ่ายที่สูงกว่า

ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: การบริหารขนาดโครงการให้เหมาะสมกับกำลังซื้อในแต่ละทำเล และการควบคุมอัตราการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดเป็นสิ่งสำคัญ

บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด: ในภาวะตลาดที่ผันผวน การบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและความสำเร็จ

ติดตามนโยบายรัฐบาลและปรับกลยุทธ์: การติดตามความเคลื่อนไหวของนโยบายรัฐบาลใหม่ๆ และเตรียมพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์ได้อย่างยืดหยุ่น จะช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามความท้าทายและคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นได้

สรุป:

ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการปรับตัวและเน้นคุณภาพ ท่ามกลางความท้าทายด้านกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กลุ่มผู้มั่งคั่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ที่เฉียบคม และความเข้าใจในความต้องการของตลาด จะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน

หากท่านเป็นนักลงทุน หรือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ การทำความเข้าใจในแนวโน้มเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของท่านได้แล้ววันนี้ เพื่อให้ท่านไม่พลาดโอกาสสำคัญในการลงทุนในปี 2569 นี้.

Previous Post

D0801037 EP3 ความล บท อนไว part2

Next Post

D0801039 เก ดอ กก ชาต งจะม เพ อนแบบไอ ไข part2

Next Post
D0801039 เก ดอ กก ชาต งจะม เพ อนแบบไอ ไข part2

D0801039 เก ดอ กก ชาต งจะม เพ อนแบบไอ ไข part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D0801132 โลภมาก บผมกรรมไปตามระเบ ยบ part2
  • D0801133 เห นฉ นเป นใคร วแทนของใครหร อเปล part2
  • D0801131 อยากแค ลองใจ แต ไหงได แฟนใหม part2
  • D0801134 นกลายเป นน อย แต องคล อยตามเกม part2
  • D0801135 ความช วยเหล คร งส ดท าย part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.