• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1201084 เศรษฐ าน กคนเก บขยะเทศบาล (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
D1201084 เศรษฐ าน กคนเก บขยะเทศบาล (ละครส น) สามโคกฟ part2

ปี 2569: อสังหาริมทรัพย์ไทย ปรับสมดุลสู่ความท้าทายใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมาหลายครั้ง แต่ปี 2569 นี้ ดูเหมือนจะเป็นปีที่ต้องเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ “พายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ที่ทิ้งร่องรอยความบอบช้ำไว้จากการชะลอตัวอย่างรุนแรง ตลาดโดยรวม ทั้งอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดการณ์ว่ามูลค่าการขายจะทรงตัวอยู่ในระดับ 2.6-3 แสนล้านบาทต่อเนื่องไปอีกหลายปี นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการปรับสมดุลใหม่ (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

วิเคราะห์เจาะลึก: อะไรคือ ‘New Balance’, ‘Complexity’, และ ‘Structural Problem’?

นิยามของ “New Balance” ในบริบทของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 นั้นเกิดจากการหดตัวของยอดขายและยอดโอนทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศ สอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ส่งผลให้กำลังซื้อทั้งจากผู้บริโภคไทยและชาวต่างชาติลดน้อยถอยลง นอกจากนี้ การที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่ากำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขาหันไปพึ่งพาการเช่าระยะยาว หรือการซื้อบ้านมือสองเป็นทางเลือกหลัก ในขณะที่โครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐยังขาดหายไป

“Complexity” สะท้อนถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจที่อยู่อาศัย ปัจจุบันตลาดมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ รูปแบบการเข้าถึงก็มีทั้งการซื้อขาดและการเช่าระยะยาว 30-60 ปี ราคาตั้งแต่หลักล้านบาทต้นๆ ไปจนถึงระดับ 500-1,000 ล้านบาท ปัญหาสำคัญที่ผู้ซื้อเผชิญคืออัตราการอนุมัติสินเชื่อที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางกรณีสูงถึง 50-70% ที่ไม่ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงิน ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงขึ้น กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่ที่บั่นทอนกำลังซื้อ

“Structural Problem” ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย เราขาดกลไกระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติอย่างแท้จริง และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การขาดโครงสร้างที่สนับสนุนความต้องการซื้อบ้านของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีกำลังซื้อที่ถดถอยอย่างต่อเนื่องจนยากที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้

แนวโน้มรายสินค้าและกลุ่มราคา: สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา

เมื่อเจาะลึกรายสินค้า เราพบว่า ทาวน์เฮาส์ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ในขณะที่ บ้านเดี่ยว ยังคงไปได้ดี แต่ก็เริ่มได้รับแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่ลดลง จากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนสีเทาและกลุ่มนอมินี ทำให้มีแนวโน้มที่ยอดขายบ้านเดี่ยวอาจจะถดถอยต่อเนื่อง หากไม่มีการนำเสนอ สัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี ที่ชัดเจนและน่าสนใจออกมาเป็นทางเลือก

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ลูกค้าชาวต่างชาติจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่ามากขึ้น แม้จะต้องยอมจ่ายค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมมูลค่า 50 ล้านบาทก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อที่ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในด้านระดับราคา กลุ่ม ไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเคยติดลบถึง -52% ในปีก่อนหน้า จะยิ่งมีสัดส่วนที่น้อยลงไปอีกในปี 2569 โดยเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของตลาดเท่านั้น เหตุผลหลักมาจากการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการซื้อ (Demand) จะยังมีอยู่สูง เพราะโครงสร้างประชากรไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อทำให้ไม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ GDP เติบโตเพียง 1-2% ซึ่งไม่มีแรงขับเคลื่อนที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจก่อหนี้ระยะยาวเช่นการซื้ออสังหาริมทรัพย์

น่าจับตาว่า กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ก็เริ่มส่งสัญญาณที่น่ากังวล ยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มมีย่อตัวลง จากเดิมที่เคยเป็นกลุ่มที่รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่ม คอนโดมิเนียมราคาสูง 50 ล้านบาทขึ้นไป จะมีการแข่งขันด้านการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเทรนด์ บ้านมือสอง ดูเหมือนจะมีความสำคัญมากขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด จะพบว่าการเติบโตของบ้านมือสองที่ใกล้เคียงกับบ้านใหม่นั้น เป็นผลมาจากขนาดตลาดที่เล็กลง โดยมีปัจจัยมาจากผู้ที่ไม่มีกำลังซื้อบ้านใหม่นั่นเอง

ข้อเสนอแนะโรดแมปสู่การฟื้นฟู: 8+3 แนวทางปฏิรูปอสังหาฯ ไทย

ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย ผมได้นำเสนอโรดแมปต่อรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็น 8 มาตรการในการวางโครงสร้างระยะยาว และ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อผลักดันการฟื้นตัวในปี 2569:

8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว:

มาตรการ LTV (Loan to Value) ที่ยืดหยุ่น: ปรับปรุงมาตรการ LTV ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
ขยายสัญญาเช่าและสร้างกองทุน: ขยายระยะเวลาการเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในไทย เพื่อนำมาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและถาวร
จัดระเบียบการพักอาศัยชาวต่างชาติ: วางกรอบกฎหมายอาคารชุดและบ้านจัดสรรให้ชัดเจน โดยกำหนดให้นิติบุคคลต้องมีสัดส่วนเสียงข้างมากในการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจโดยชาวต่างชาติ
สนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐบาลควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับกลางถึงล่าง
สินเชื่อตามความเสี่ยงผู้กู้: นำระบบการพิจารณาสินเชื่อตามความเสี่ยงมาใช้ โดยผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ในขณะที่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ประชาชน
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): การนำเสนอมาตรการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ จะช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่: กระตุ้นการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man Made Project) เช่น ศูนย์สุขภาพ ศูนย์การศึกษา สวนสนุกระดับโลก ศูนย์ประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ โดยเน้นย้ำว่าต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนกาสิโน
เพิ่มมูลค่าโครงการและเก็บภาษีลาภลอย: สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่เกิดขึ้นหลังโครงการสิ้นสุด รวมถึงเสนอให้พิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ขยายระยะเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง: ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง โดยขยายเพดานมูลค่าจากไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้ครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570
กำกับดูแลอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง: กำกับดูแลให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ทั้ง MRR สำหรับลูกค้ารายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องกับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

แม้ว่า กนง. ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงปลายปี 2568 แต่การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์กลับมีสัดส่วนที่น้อยกว่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่ธนาคารยังคงบริหารจัดการความเสี่ยงภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

การปรับตัวของผู้ประกอบการ: กุญแจสู่การอยู่รอดในยุคแห่งความไม่แน่นอน

สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง การบริหารจัดการธุรกิจให้แข็งแกร่งต้องให้ความสำคัญกับสองมิติหลัก คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาด (Commercial Side)

ในมิติการเงิน การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) คือกฎเหล็กสำคัญที่สุด ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก พร้อมกับการตั้งการ์ดสูงต่อการลงทุนใหม่ๆ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อที่ถดถอย

ส่วนด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง และมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปัจจัยในอนาคตที่คาดเดาได้ยาก การปรับตัวเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อในตลาด ซึ่งยังคงมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความสมดุลใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ฝ่าฟันความท้าทาย และปูทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต หากท่านเป็นผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย หรือมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์.

Previous Post

D1201083 คนงานก อสร างม เง บาท จะมาช อท าน (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1201085 อย าลำออยแค องไม ได กๅร (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1201085 อย าลำออยแค องไม ได กๅร (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1201085 อย าลำออยแค องไม ได กๅร (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D2503198_แม เป นกะหร หน งส นไทแบนด EP85_part2 | Delila Fee
  • D2503199_กร องเนรค หน งส นไทแบนด EP84_part2 | Delila Fee
  • D2503197_หลานเนรค หน งส นไทแบนด EP91_part2 | Delila Fee
  • D2503196_กฉ นเป นคนด หน งส นไทแบนด EP86_part2 | Delila Fee
  • D2503195_มเมทไม เกรงใจ EP89_part2 | Delila Fee

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.