• Sample Page
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dramathai.moicaucachep.com
No Result
View All Result

D1201073 คนข บรถพ ดอ งกฤษขายเพชร าน สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
D1201073 คนข บรถพ ดอ งกฤษขายเพชร าน สามโคกฟ part2

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: การปรับสมดุลสู่ยุคใหม่และความท้าทายเชิงโครงสร้าง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ การมองภาพรวมตลาดในปี 2569 นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่ง “พายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่คาดว่ายอดขายจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับสูงสุด 5 แสนล้านบาทในปี 2561 สู่ระดับประมาณ 2.62 แสนล้านบาท นี่คือตัวเลขยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ และแนวโน้มนี้มีแนวโน้มที่จะทรงตัวต่อเนื่องไปอีกหลายปี หากไม่มีปัจจัยบวกที่แข็งแกร่งพอจะเข้ามาพลิกฟื้น

ปี 2569: ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่ (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem)

ปี 2569 นี้ จะเป็นปีที่เราต้องเผชิญหน้ากับ “การปรับสมดุลใหม่” ซึ่งประกอบด้วยสามมิติหลักที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความสมดุลใหม่ (New Balance): วิกฤตเศรษฐกิจได้สร้างความไม่สมดุลครั้งใหญ่ การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินกว่ากำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขาหันไปพึ่งพาการเช่าหรือบ้านมือสองแทน นอกจากนี้ การขาดโครงสร้างสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น

ความซับซ้อน (Complexity): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้นในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ หรือรูปแบบการถือครองทั้งแบบซื้อขาดและสัญญาเช่าระยะยาว 30-60 ปี การมีตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดหรูราคา 500-1,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของกำลังซื้อที่สูงมาก ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยากลำบาก โดยมีรายงานว่าอัตราการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 50-70% ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงขึ้น กลายเป็นภาระค่าครองชีพที่สำคัญอีกก้อนหนึ่ง

ปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural Problem): ประเทศไทยประสบปัญหาขาดโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือ การขาดโครงสร้างที่สามารถรองรับความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีกำลังซื้อที่ถดถอยลงอย่างมาก จนไม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้

การกู้ไม่ผ่าน: ปัญหาที่ลุกลามจากฐานรากสู่ระดับบน

เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียดของสินค้าอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่า ทาวน์เฮาส์ ซึ่งเคยเป็นที่นิยม ได้กลายเป็นสินค้าที่เริ่มล้าสมัยไปจากตลาด ขณะที่ บ้านเดี่ยว ยังคงมีการตอบรับที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็เริ่มเผชิญแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทา และการใช้ตัวแทนนอมินี ทำให้ยอดขายบ้านเดี่ยวมีแนวโน้มที่จะถดถอยลง หากไม่มีการนำเสนอสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี เพื่อเป็นทางเลือก

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ลูกค้าต่างชาติจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่าบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาท ในอัตราเดือนละ 3-4 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดจากหน่วยงานภาครัฐของไทย การเลือกเช่ารายเดือนถือเป็นการตัดสินใจที่ปลอดภัยกว่าการเสี่ยงถูกจับกุม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปสงค์การซื้อในตลาด

ในส่วนของระดับราคา กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เผชิญวิกฤตที่รุนแรงที่สุด โดยในปีที่ผ่านมามียอดขายติดลบถึง -52% และในปีนี้คาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ของตลาดเดิม สาเหตุหลักมาจากการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการซื้อ (demand) จะยังมีอยู่มากก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างประชากรยังคงเดิม แต่ปัญหาคือการที่ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านได้ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ GDP เติบโตในอัตราต่ำเพียง 1-2% ไม่สามารถเป็นแรงผลักดันให้เกิดการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องก่อหนี้ระยะยาวได้

นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ก็เริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ดีนัก โดยยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มทรงตัวลดลง ขณะที่ในอดีต กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจมักจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท สำหรับ ห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะมีการแข่งขันและโครงการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดโดยรวมกลับมีสัญญาณการชะลอตัว ขณะที่ บ้านมือสอง ดูเหมือนจะมีบทบาทมากขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้ง จะพบว่าการเติบโตของตลาดบ้านมือสองนั้น ไม่ได้เกิดจากการเติบโตของความต้องการซื้อที่แท้จริง แต่เป็นผลมาจากการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ใหม่มีขนาดเล็กลง เนื่องจากกำลังซื้อที่จำกัดของผู้บริโภค

ข้อเสนอแนะโรดแมป 8+3: ทางออกเพื่อกอบกู้และขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์

เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ทางสมาคมอาคารชุดไทยได้นำเสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน และมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน เพื่อหวังผลภายในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

การปรับปรุงมาตรการ LTV (Loan to Value): พิจารณาปรับปรุงมาตรการ LTV ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่าและการจัดตั้งกองทุน: ขยายระยะเวลาการเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในไทย เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยมุ่งเน้นให้เป็นโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: ปรับปรุงกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร เพื่อให้การบริหารนิติบุคคลมีเสียงข้างมากไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคล
การสนับสนุน Mortgage Insurance: ผลักดันให้ภาครัฐสนับสนุน Mortgage Insurance หรือการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อเป็นหลักประกันให้ธนาคารในการอนุมัติสินเชื่อและลดอัตราการกู้ไม่ผ่านในตลาดระดับกลาง-ล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: พัฒนากลไกการอนุมัติสินเชื่อที่อิงตามความเสี่ยงของผู้กู้ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงน้อยจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้กับผู้บริโภค แทนการปฏิเสธสินเชื่อเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): เสนอมาตรการรวมหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man Made Project): สนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่, ศูนย์ประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยเน้นย้ำว่า จะไม่มีการนำกาสิโนเข้ามาเกี่ยวข้อง
การสร้างมูลค่าเพิ่มและการจัดเก็บภาษี Windfall Tax: เพิ่มมูลค่าให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐเมื่อโครงการสิ้นสุดในเวลาที่กำหนด และเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน สำหรับปี 2569:

การต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอต่ออายุมาตรการ LTV ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง: เสนอต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ให้หมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 พร้อมทั้งปรับเพิ่มเพดานวงเงินจากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็น บ้านทุกระดับราคา
การกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ย: กำกับดูแลให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) สำหรับผู้กู้รายย่อย (MRR) และผู้ประกอบการ (MLR) ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

การที่คณะกรรมการ กนง. ได้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่ธนาคารพาณิชย์กลับปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้กู้เพียง 5-10 สตางค์เท่านั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม้ดอกเบี้ยนโยบายจะลดลง แต่หุ้นกลุ่มธนาคารกลับทำสถิตินิวไฮ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั่วประเทศ

การประคับประคองธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย

ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวและบริหารจัดการธุรกิจอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับสองมิติหลัก คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาด/การขาย (Commercial Side)

ในด้านการเงิน สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) โดยต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และตั้งการ์ดสูงในการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย

ส่วนด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อจำกัดในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้

การเดินหน้าของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ไม่ใช่เพียงแค่การรอคอยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายเชิงโครงสร้าง ผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งเท่านั้น ที่จะสามารถฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปได้

หากคุณเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การทำความเข้าใจแนวโน้มและเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนธุรกิจในอนาคต.

Previous Post

D1201072 ได เม ยรวยซวยท ชาต (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1201074 โอมากาเสะคนจน สามโคกฟ part2

Next Post
D1201074 โอมากาเสะคนจน สามโคกฟ part2

D1201074 โอมากาเสะคนจน สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • D2503198_แม เป นกะหร หน งส นไทแบนด EP85_part2 | Delila Fee
  • D2503199_กร องเนรค หน งส นไทแบนด EP84_part2 | Delila Fee
  • D2503197_หลานเนรค หน งส นไทแบนด EP91_part2 | Delila Fee
  • D2503196_กฉ นเป นคนด หน งส นไทแบนด EP86_part2 | Delila Fee
  • D2503195_มเมทไม เกรงใจ EP89_part2 | Delila Fee

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.